จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – ไม่ต้องพรสวรรค์ แต่ขับเคลื่อนด้วยความพยายามและระเบียบวินัย

หากจะพูดถึงหนึ่งในนักเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความขยัน, ทุ่มเท หรือที่เรียกได้ง่าย ๆ ว่า นักเตะแนวผึ้งงานที่ทุ่มเทตลอด 90 นาทีที่อยู่ในสนามนั้น ชื่อของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะแม้ว่าเขาอาจจะไม่ได้มีการเลื่อนที่หวือหวา แต่คอยขับเคลื่อนให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่รอบตัวเล่นได้ง่ายขึ้นเสมอ

เฮนเดอร์สัน เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ปี 1990 ที่เมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาได้เริ่มต้นการไล่ตามความฝันสำหรับการเป็นนักฟุตบอลของตัวเองด้วยการเข้าสู่ทีมอคาเดมีของซันเดอร์แลนด์ ตั้งแต่อายุแค่ 8 ขวบเท่านั้น

หลังจากนั้นเขาเดินหน้าพัฒนาฝีเท้าของตัวเองกับทัพแมวดำ อย่างยาวนานถึง 10 ปี และสุดท้ายเขาก็ได้เลื่อนขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของทัพซันเดอร์แลนด์ ด้วยวัย 18 ปี เมื่อปี 2008 อย่างไรก็ตามในช่วงแรกนั้น เขาถูกปล่อยให้ โคเวนทรี ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งานก่อน เพื่อโอกาสในการลงสนามมากขึ้น และทำให้เข้าแข็งแกร่งขึ้นมากทั้งด้านร่างกายและแท็กติก

ผ่านไป 1 ฤดูกาลในการยืมตัว เขากลับมาลงเล่นให้กับซันเดอร์แลนด์ และค่อย ๆ ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในแดนกลางและการขับเคลื่อนเกมของทัพแมวดำ จนสามารถคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรมาครองได้สำเร็จถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน เมื่อฤดูกาล 2009-2010 และ 2010-11

หลังจากนั้นในช่วงฤดูร้อนปี 2011 เขาได้รับโอกาสครั้งใหญ่ ในการย้ายไปเล่นให้กับทีมดังอย่าง ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวราว 20 ล้านปอนด์

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน - ไม่ต้องพรสวรรค์ แต่ขับเคลื่อนด้วยความพยายามและระเบียบวินัย

โดยเขากลายเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญของหงส์แดง และโดดเด่นด้วยการไล่บอลและขุมพลังในการขับเคลื่อนเกม นอกจากนี้เขายังมีความเป็นผู้นำ จนสุดท้ายเขาก็ได้รับปลอกแขนกัปตันทีมหงส์แดง เมื่อปี 2015 หลังจากที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของทีมต้องโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์

ซึ่งช่วงเวลาของ เฮนเดอร์สัน กับ ลิเวอร์พูล นั้น เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เขาประสบความสำเร็จมากที่สุดในการค้าแข้ง เมื่อเขากวาแชมป์ไปมากมายกับสโมสรแห่งนี้ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2019-20 ซึ่งเป็นถ้วยแชมป์ที่แฟนบอลหงส์แดงเฝ้ารอมายาวนานกว่า 30 ปี

นอกจากนี้ยังมีแชมป์ใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ด้วย

หลังจากนั้นลิเวอร์พูลเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทีม และเฮนเดอร์สันได้ย้ายไปเล่นในซาอุดีอาระเบียกับ อัล อัตติฟาก เมื่อปี 2023 ก่อนที่ปีต่อมาเขาจะกลับมาเล่นในยุโรปกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

และปัจจุบันเขากลับมาเล่นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อีกครั้ง กับ เบรนต์ฟอร์ด ซึ่งในเวลานี้เขาก็ยังคงเป็นกำลังสำคัญของสโมสรแห่งนี้

ซึ่งเรื่องราวของเฮนเดอร์สัน แสดงให้เห็นว่าบางครั้งสิ่งที่เป็นแรงขับเคลื่อนในการที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ ก็ไม่ใช่อะไร นอกจากหัวใจของเรานี่เอง