จัดด์ ทรัมป์ มือหนึ่งของโลกในวงการสนุกเกอร์ ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจย้ายออกจากสหราชอาณาจักรไปใช้ชีวิตสลับระหว่าง ดูไบ และ ฮ่องกง ไม่ได้มีเหตุผลเรื่องการเลี่ยงภาษีเหมือนที่หลายคนพยายามโยงไปเปรียบเทียบกับกรณีของนักมวยดังอย่าง ไทสัน ฟิวรี แต่เป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ สภาพอากาศ และทิศทางของกีฬาสนุกเกอร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
ยอดนักสอยคิววัย 36 ปี เจ้าของฉายา “The Juddernaut” ซึ่งเกิดที่เมืองบริสตอล เปิดเผยว่า เขาใช้ชีวิตนอกสหราชอาณาจักรมานานกว่าหนึ่งปีครึ่งแล้ว และไม่มีปัญหาใด ๆ กับการบินกลับอังกฤษเพื่อร่วมการแข่งขันรายการใหญ่ที่สำคัญในปฏิทินสนุกเกอร์
ทรัมป์มีกำหนดเดินทางกลับลอนดอนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเตรียมลงแข่งขัน เดอะ มาสเตอร์ส รอบแรก พบกับ ติง จวิ้นฮุย ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า โดยย้ำว่าแม้การใช้ชีวิตในตะวันออกกลางจะมีข้อได้เปรียบทางการเงินอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายถิ่นฐาน
“เรื่องภาษีไม่ใช่ประเด็นเลย ทุกเงินที่ผมทำได้จากการแข่งขันในสหราชอาณาจักรก็ยังถูกเก็บภาษีเหมือนเดิม ดังนั้นมันไม่ใช่เหตุผลที่ผมย้ายออกมา” ทรัมป์กล่าว “สำหรับผม เหตุผลหลักคือผมชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง และในสหราชอาณาจักรตอนนี้มันแทบจะทำแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว”
มือหนึ่งของโลกยอมรับว่า เขาชื่นชอบการเล่นกอล์ฟเป็นอย่างมากในช่วงเวลาว่าง และแม้จะนำไม้กอล์ฟติดตัวมาที่การแข่งขัน UK Championship แต่ก็ไม่สามารถออกรอบได้ เพราะอากาศหนาวเกินไป “ผมอยากย้ายมาอยู่ดูไบมานานแล้ว และรู้สึกว่าตอนนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะเกมสนุกเกอร์กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน”

ทรัมป์ยังมองไปถึงอนาคตของวงการสนุกเกอร์ว่า การแข่งขันจำนวนมากกำลังขยายออกนอกสหราชอาณาจักร “ตอนนี้กว่าครึ่งของทัวร์นาเมนต์จัดในต่างประเทศ ผมมองเห็นเลยว่าวันหนึ่งการใช้ชีวิตในดูไบ หรือที่ไหนสักแห่งนอกอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าการอยู่ในสหราชอาณาจักร” พร้อมเสริมว่า การกลับมาของ จ้าว ซินถง จะยิ่งทำให้มีการแข่งขันในประเทศจีนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
ปัจจุบัน ทรัมป์ไม่ได้เป็นนักสนุกเกอร์ชื่อดังเพียงคนเดียวที่เลือกปักหลักในดูไบ เพราะยังมี แมทธิว เซลต์ มือ 37 ของโลก รวมถึง รอนนี โอซุลลิแวน แชมป์โลก 7 สมัย ที่ย้ายไปใช้ชีวิตในเมืองทะเลทรายแห่งนี้เช่นกัน แม้ “เดอะ ร็อกเก็ต” จะยังไม่ยืนยันว่าจะลงแข่งขันเดอะ มาสเตอร์ส หรือไม่ก็ตาม
ด้วยสถานะมือหนึ่งของโลก ทำให้ทรัมป์ได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ต้องลงแข่งขันในรอบคัดเลือกที่จัดในสนามเล็กไร้ผู้ชม และมักจะได้แข่งในรอบที่ถูก “พักโปรแกรม” ไว้แข่งขันในสถานที่จริงช่วงสัปดาห์ของทัวร์นาเมนต์โดยตรง อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าหากอันดับโลกตกลง สิทธิพิเศษเหล่านี้จะหายไปทันที
แชมป์โลกปี 2019 กล่าวต่อว่า เขายังคงอยากลงแข่งขันในรายการอย่าง เวลช์ โอเพ่น และ สกอตติช โอเพ่น แต่ก็มีหลายรายการที่เริ่มไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ทั้งในแง่สภาพสนาม เงื่อนไขการแข่งขัน หรือแม้แต่สถานที่จัด “บางครั้งมันก็แค่รู้สึกว่า ผมไม่อยากอยู่ในบางสถานที่เท่านั้น”
“เราไม่สามารถลงแข่งได้ทุกรายการ มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ด้วยสถานะของผมตอนนี้ ผมอยู่ในจุดที่ดีกว่านักกีฬาหลายคน เพราะผมเป็นมือหนึ่งของโลก และได้สิทธิ์พักแข่งรอบคัดเลือก เช่นเดียวกับรอนนี ที่ได้สิทธิ์นี้มาตลอด เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของโลกมานาน”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า หากวันหนึ่งอันดับโลกร่วงลง และต้องกลับมาลงแข่งรอบคัดเลือกในสถานที่อย่าง วีแกน หรือ เชฟฟิลด์ แทบทุกสัปดาห์ เขาคงต้องทบทวนใหม่อีกครั้งว่า ควรเลือกลงแข่งขันในรายการใดบ้างในอนาคต