จูด เบลลิงแฮม กองกลางทีมชาติอังกฤษ จากสโมสรเรอัล มาดริด เพิ่งระเบิดฟอร์มทำคนเดียว 2 ประตู ในเกมที่ทีมชาติเอาอังกฤษ เอาชนะ เม็กซิโก เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ไปได้แบบสุดมันส์ 3-2 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย และผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ
โดยผลงานดังกล่าว ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขาทั้งเรื่องของพรสวรรค์ด้านทักษะอันยอดเยี่ยม และการอ่านเกมรวมถึงการหาพื้นที่ในการสอดแทรกการทำประตูให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นกันอีกครั้ง หลังจากที่ช่วงเวลาของเขากับทีมราชันชุดขาวเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาดูจะค่อนข้างเงียบเหงา
จูด เบลลิง เกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ปี 2003 ที่สตูร์บริดจ์ ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลอย่างมาก โดยคุณพ่อของเขาเคยเป็นนักเตะในระดับกึ่งอาชีพ และในขณะเดียวกันเขาก็มีน้องชายอีกคนอย่าง โจบ เบลลิงแฮม ที่ร่วมฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
จูด เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับอคาเดมีของ สตรูบริดจ์ ก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรอย่าง เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ตอนที่อายุแค่ประมาณ 7 ขวบเท่านั้น
โดยจูดถือเป็นนักเตะที่มีทักษะการเล่นฟุตบอลที่เกินวัยมาตั้งแต่เด็ก และถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าสนใจที่สุดในเวลานั้น
กระทั่งเขาอายุ 16 ปี กับอีก 38 วัน เขาก็ได้สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของสโมสรเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ที่ได้ลงสนามในเกมลีกอย่างเป็นทางการ เมื่อฤดูกาล 2019-20

ซึ่งหลังจากนั้น เขาก็แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม และกลายเป็นตัวหลักของสโมสรแห่งนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย จนบรรดาหลายสโมสรบนลีกสูงสุดและทั่วยุโรปล้วนอยากได้ตัวเขาไปร่วมทัพ
สุดท้ายแล้วเป็น โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ทีมดังจากเยอรมนีที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นนักเตะดาวรุ่งที่คว้าตัวเขาไปร่วมทัพเมื่อปี 2020 ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับเด็กอายุแค่ 17 ปี ในเวลานั้น
จูด กลายเป็นตัวหลักของทัพเสือเหลืองทันทีแบบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัว โดยเขามีบทบบาทกับทีมอย่างมาก และเคยได้รับหน้าทีาสวมปลอกแขนกัปตันทีมอยู่หลายโอกาสด้วย ก่อนจะคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของบุนเดสลีกามาแล้ว
หลังจากนั้นช่วงฤดูร้อน ปี 2023 ชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงอย่างมากในตลาดซื้อขายรอบนั้น เพราะมีการเปิดศึกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เรอัล มาดริด ที่ลงมาแย่งตัวเขาไปร่วมทัพ
และสุดท้ายเป็น เรอัล มาดริด ที่ได้เซ็นสัญญากับกองกลางชาวอังกฤษรายนี้ ด้วยค่าตัวราว 103 ล้านยูโร และออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยมทันทีกับทัพราชันชุดขาว ด้วยการคว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา สเปน และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ได้ทันที
ขณะที่ในฝั่งของทีมชาตินั้น เขาก็กลายเป็นตัวหลักที่ทัพสิงโตคำรามแทบจะขาดไม่ได้ และสุดท้ายก็ถูกเรียกตัวมาลุยด้วยในเวิลด์ คัพ 2026 แม้ว่าผลงานกับสโมสรเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาอาจจะดูดร็อปลงนิดหน่อยก็ตาม
และสุดท้ายเขาก็ได้แสดงให้แฟนบอลได้เห็นแล้วว่าทำไมทีมชาติอังกฤษต้องเรียกตัวเขาไปฟุตบอลโลก ด้วยการทำ 2 ประตูสำคัญช่วยให้ทัพสิงโตคำรามผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ