ชุนสุเกะ นากามูระ จอมปั่นฟรีคิกสายเลือดซามูไร

หากจะพูดถึงนักเตะจากทวีปเอเชียที่ได้ไปสร้างชื่อในเวทีลีกยุโรปในยุคบุกเบิกนั้น หนึ่งในชื่อที่แฟนบอลหลายคนน่าจะนึกถึง คงมีชื่อของ ชุนสุเกะ นากามูระ ตำนานกองกลางทีมชาติญี่ปุ่น ที่นอกจากจะมีการผ่านบอลที่แม่นยำแล้ว การยิงฟรีคิกของเขาก็เรียกได้ว่าโดดเด่นจนเป็นเครื่องหมายการค้าและเป็นที่จดจำของแฟนบอลในยุคนั้นเลยทีเดียว

ชุนสุเกะ นากามูระ เกิดที่เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี 1978 และเริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังกับอคาเดมีของสโมสรในเมืองแห่งนี้อย่าง โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ตอนที่เขาเรียนอยู่ในชั้นเกรด 5 หลังจากที่เริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่ตอนที่อายุแค่ 5 ขวบ

โดยเขาได้เซ็นสัญญาเข้าสู่อคาเดมีของทีมนิสสัน มอเตอร์ เอฟซี หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ด้วยวัย 12 ปี เมื่อปี 1991 ซึ่งเขาก็เริ่มถูกพูดถึงในเรื่องการยิงฟรีคิกที่สุดคมกริบและมักจะอยู่ซ้อมยิงฟรีคิกเพิ่มเติมอีกเป็นชั่วโมงหลังจบการซ้อมทั่วไปกับทีมแล้ว

จากความทุ่มเทดังกล่าวทำให้ โค้ชของสโมสรมองเห็นถึงความมุ่งมั่นและทีเด็ดในการยิงฟรีคิกของเจ้าหนูนากามูระ อย่างไรก็ตามเขามีปัญหาเรื่องร่างกายที่ดูจะยังตัวเล็กเมื่อเทียบกับเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกัน และทำให้สุดท้ายเขาหลุดจากทีมไปในที่สุด

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ยอมแพ้ และได้ไปล่าความฝันต่อกับทางทีมโรงเรียนโทโก กาคุเอน ไฮ สคูล ในเมืองคาวาซากิ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งจากบ้านเพื่อไปที่โรงเรียนแห่งนี้ก็ตาม ซึ่งหลังจากที่เขาจบไฮสคูลกับโรงเรียนแห่งนี้ เขาก็ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในเจ ลีก ทั้ง จูบิโล อิวาตะ, แวร์ดี คาวาซากิ และ กัมบะ โอซากา

ชุนสุเกะ นากามูระ จอมปั่นฟรีคิกสายเลือดซามูไร

แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็เลือกเซ็นสัญญากับทีมในบ้านเกิดอย่าง โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในปี 1997 และได้ประเดิมแรกของตัวเองกับทีมชุดใหญ่ของสโมสแห่งนี้ ในเกม เจ ลีก คัพ และเขาทำผลงานในฤดูกาลแรกของการเป็นนักเตะอาชีพด้วยการยิงไป 5 ประตู และได้ลงเล่นถึง 31 นัด

หลังจากนั้นเขายังคงสร้างชื่อกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส อย่างต่อเนื่อง และค่อย ๆ กลายเป็นคนสำคัญของทีม และสุดท้ายเขาก็เริ่มได้รับความสนใจจากสโมสรในยุโรป และได้ก้าวออกจากประเทศครั้งแรกด้วยการย้ายไปอยู่กับ เรจจินา ในอิตาลี

และหลังจากผ่านการค้าแข้งในอิตาลี เขาก็ได้ไปหาความท้าทายครั้งใหม่กับ กลาสโก เซลติก สโมสรในสก็อตแลนด์ ซึ่งสโมสรแห่งนี้นี่แหละที่หลายคนจดจำเขาได้อย่างมาก เพราะนอกจากจะได้เล่นในลีกแล้ว เขายังได้่โชว์ฝีเท้าในเวทีอย่างยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ด้วย

โดย นากามูระ ไม่ได้เป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่ยังเป็นคนสำคัญของ เซลติก และลงเล่นให้สโมสรแห่งนี้กว่า 128 นัด ยิงไปอีก 29 ประตู และสุดท้ายเขาก็ย้ายไปเล่นในสเปนกับเอสปันญอล ก่อนจะกลับมาเล่นในเจลีกอีกครั้งกับ มารินอส ต่อด้วย จูบิโล อิวาตะ และปิดฉากการค้าแข้งกับ โยโกฮาม่า เอฟซี ซึ่งปัจจุบันเขาเป็นกุนซือของสโมสรแห่งนี้ด้วย

แน่นอนว่าเส้นทางของ นากามูระ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในแข้งญี่ปุ่นคนแรก ๆ ที่ได้ไปสร้างชื่อในยุโรป และลูกฟรีคิกของเขาก็อยู่ในความทรงจำของหลาย ๆ คน แน่นอน