ซน ฮึงมิน – สุดยอดนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชาติมหาอำนาจในวงการลูกหนังทวีปเอเชีย และพวกเขาเคยไปถึงการคว้าอันดับ 4 ของศึกฟุตบอลโลก มาแล้ว

และหากจะพูดถึงนักเตะเกาหลีใต้สักคนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง คงหนีไม่พ้น ซน ฮึงมิน แนวรุกที่เคยสร้างชื่อมากมายในพรีเมียร์ ลีก สมัยที่เล่นกับ สเปอร์

ซน ฮึงมิน เกิดเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ปี 1992 ที่ชุนชอน ประเทศเกาหลีใต้ โดยเขาถูกคุณพ่อที่เคยเป็นนักฟุตบอลอย่าง ซน อุงจอง ฝึกอย่างเข้มข้นมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ที่เขายังเล่นฟุตบอลในระดับโรงเรียน ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะได้เข้าไปเป็นสมาชิกในอคาเดมีของสโมสรดังอย่าง เอฟซี โซล เมื่อปี 2008

หลังจากนั้นเขามีชีวิตที่แตกต่างไปจากเด็กเกาหลีใต้ทั่วไป เมื่อเขาเลือกจะย้ายไปฝึกฝีเท้าในอคาเดมีของฮัมูบร์ก สโมสรในเยอรมนี ด้วยวัยแค่ 16 ปีเท่านั้น

แม้ว่าจะต้องปรับตัวทั้งเรื่องภาษา การใช้ชีวิต และสไตล์การเล่นฟุตบอล แต่การได้เล่นให้กับทีมเยาวชนของสโมสรในยุโรปก็เรียกได้ว่าเป็นการยกระดับคุณภาพของตัวเขาเอง ตามมาตรฐานของลีกเยอรมัน และสุดท้ายเขาก็สามารถทะยานขึ้นไปอยู่กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรฮัมบูร์กได้สำเร็จ ในปี 2010 พร้อมกับการถูกจับตาว่าเขาจะกลายเป็นดาวเตะชาวเอเชียที่มาเขย่าเวทีลูกหนังยุโรปคนต่อไป

ซน ฮึงมิน - สุดยอดนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของเกาหลีใต้

หลังจากนั้นเขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว จากการย้ายไปอยู่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เมื่อปี 2013 ซึ่ง ซน เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ครบเครื่อง ทั้งการยิงไกล, ความเร็ว, ความคล่องตัว ทำให้เขาเริ่มได้หลายความสนใจจากหลายทีมดังในยุโรป

สุดท้ายในปี 2015 เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือของ สเปอร์ สโมสรในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในเวลานั้น แสดงถึงความเชื่อมั่นในดาวเตะรายนี้ และคว้าตัวเขาไปร่วมทัพทันที

ซน ฮึงมิน ค่อย ๆ มีบทบาทกับสโมสรแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในแง่ของฟอร์มการเล่น โดยเฉพาะในช่วงที่เขาประสานงานเป็นคู่หูกับดาวยิงอย่าง แฮร์รี เคน

แต่นอกจากเรื่องในสนามแล้ว เขายังเป็นคนที่มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นผู้นำ จนสุดท้ายเขาก็ได้ก้าวขึ้นไปสวมปลอกแขนกัปตันทีมไก่เดือยทองในที่สุด

หลังจากนั้นเขาตัดสินใจย้ายไปหาความท้าทายครั้งใหม่ในการเล่นกับ แอลเอ เอฟซี สโมสรในเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2025 จนถึงปัจจุบัน

เรียกได้ว่าเรื่องราวของ ซน ฮึงมิน ทำให้เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความกล้าที่จะเผชิญกับโลกใบใหญ่ รวมถึงนิสัยส่วนตัวที่ได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมทีม และทำให้เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้