ราฟาเอล นาดาล ตำนานนักเทนนิสชาวสเปนเผยว่า การที่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อดีตคู่ปรับตัดสินใจแขวนแร็กเกตส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาเนื่องจากมองว่า อีกฝ่ายคือส่วนหนึ่งของชีวิต
โดย นาดาล อยู่ในยุค “บิ๊กทรี” ของวงการเทนนิสโลกร่วมกับ เฟเดอเรอร์ และโนวัก ยอโควิช เนื่องจากทั้ง 3 คนคือผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสมัยที่ยังแข่งขัน
เริ่มจาก นาดาล ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลม 22 สมัย, เฟเดอเรอร์ ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลม 20 สมัย และยอโควิช ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย รวมถึงทั้งหมดต่างเคยขึ้นไปครองตำแหน่งมือ 1 โลกกันได้แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2022 เฟเดอเรอร์ ประกาศแขวนแร็กเกตอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการบาดเจ็บที่สะสมมานานจนส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกาย และการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากโลดแล่นในวงการมานานกว่า 25 ปี

โดยในศึกเลเวอร์ คัพ 2022 หรือการแข่งขันเทนนิสทีมชายระหว่างทีมยุโรป กับทีมเวิลด์ ซึ่งเป็นรายการสุดท้ายที่ เฟเดอเรอร์ ลงแข่ง นาดาล ก็ได้ร่วมลงสงสนามเคียงข้างกับอีกฝ่ายด้วยซึ่งทั้งคู่ต่างเสียน้ำตาในแมตช์ดังกล่าว
ล่าสุด นาดาล ออกมาเปิดเผยว่า การรีไทร์นักเทนนิสชาวสวิสก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางอารมณ์ซึ่งยังคงจดจำการแข่งขันกับ เฟเดอเรอร์ ได้อย่างน่าประทับใจ
“ในแง่หนึ่ง เขาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผม เขาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของผมมาอย่างยาวนานในช่วงเริ่มต้นอาชีพ เมื่อเขารีไทร์ ส่วนหนึ่งของผมก็จากไปพร้อมกับเขา ดังนั้นมันค่อนข้างสะเทือนอารมณ์”
ทั้งนี้ในปี 2024 ที่ผ่านมา นาดาล ก็ตัดสินใจแขวนแร็กเกตตาม เฟเดอเรอร์ ไป โดยรายการสุดท้ายคือการแข่งขัน เดวิส คัพ ที่จะลงเล่นในนามทีมชาติสเปน การตัดสินใจนี้เนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่รบกวนตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเขาไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มที่อีกต่อไป
ทำให้ขณะนี้ในยุค “บิ๊กทรี” นั้นเหลือเพียง ยอโควิช วัย 38 ปีที่ยังลงแข่งขันอยู่เนื่องจากเจ้าตัวยังมีเป้าหมายว่า ต้องการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 25 ซึ่งจะมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส