นิชิโคริ – ฝืนไม่ไหวประกาศแขวนแร็กเกตหลังจบปี 2026

เคอิ นิชิโคริ อดีตมือ 4 ของโลกจากญี่ปุ่นประกาศล่วงหน้าว่า จะแขวนแร็กเกตหลังจากจบฤดูกาล 2026 เนื่องจากอาการบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่อง

สำหรับนักเทนนิสวัย 36 ปีรายนี้กลายเป็นนักเทนนิสชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ติดอันดับท็อป 10 และทำอันดับสูงสุดในอาชีพการงานคืออันดับ 4 ในการจัดอันดับนักเทนนิสชาย

นิชิโคริ ผู้คว้าเหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกปี 2016 ที่ริโอเดจาเนโร กลายเป็นนักเทนนิสคนแรกจากประเทศของเขาที่เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศประเภทเดี่ยวในรายการแกรนด์สแลม เมื่อเขาพบกับมาริน ซิลิช ในรอบชิงชนะเลิศยูเอสโอเพ่นปี 2014 ซึ่งเขาแพ้ไปแบบสองเซ็ตรวด

ปัจจุบันอันดับของเขาตกลงมาอยู่ที่ 464 ของโลกในการจัดอันดับนักเทนนิสชาย เนื่องจากอาการบาดเจ็บซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานต่อเนื่องว่า เขาจะแขวนแร็กเกตในไม่ช้า

ล่าสุด นิชิโคริ ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า เขาจะรีไทร์หลังจบฤดูกาลนี้ “พูดตามตรง ผมยังหวังว่าผมจะสามารถเล่นเทนนิสต่อไปได้ ถึงอย่างนั้น เมื่อมองย้อนกลับไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างจนถึงตอนนี้ ผมก็ภูมิใจที่จะบอกว่าผมทุ่มเทอย่างเต็มที่แล้ว ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้เดินบนเส้นทางนี้ ผมจะทะนุถนอมทุกช่วงเวลาของการแข่งขันที่เหลืออยู่ และจะสู้จนถึงที่สุด”

นิชิโคริ - ฝืนไม่ไหวประกาศแขวนแร็กเกตหลังจบปี 2026

นิชิโคริ ซึ่งเริ่มต้นอาชีพนักเทนนิสอาชีพในปี 2007 คว้าแชมป์ เอทีพี ทัวร์ มาแล้ว 12 รายการ และกำลังเล่นอยู่ใน ชาลเลนเจอร์ ทัวร์ในปีนี้

การแข่งขันครั้งสุดท้ายของเขาใน เอทีพี ทัวร์ หลักคือรายการ ซินซินเนติ โอเพ่น ในเดือนสิงหาคม 2025

หนึ่งในชัยชนะที่โดดเด่นที่สุดของนิชิโคริคือการเอาชนะโนวัค โจโควิช แชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย ในรอบรองชนะเลิศของ ยูเอส โอเพ่น ปี 2014

“การได้ขึ้นไปเล่นใน เอทีพี ทัวร์ การแข่งขันในระดับสูงสุด และการรักษาตำแหน่งในท็อป 10 เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ บรรยากาศพิเศษที่ผมรู้สึกในสนามกีฬาที่เต็มไปด้วยผู้คนนั้นหาอะไรมาทดแทนไม่ได้”

“ยังมีช่วงเวลาที่ผมรู้สึกท้อแท้ และวิตกกังวลอย่างมากเนื่องจากอาการบาดเจ็บซ้ำๆ ที่ทำให้ผมไม่สามารถเล่นได้อย่างที่ต้องการ ถึงกระนั้นความรักที่มีต่อเทนนิสและความเชื่อมั่นว่า ผมสามารถพัฒนาฝีมือให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ก็ทำให้ผมกลับมาลงสนามเสมอ

“ผมรู้สึกว่าประสบการณ์ทั้งหมดนี้ได้เติมเต็มและหล่อหลอมชีวิตของผม ผมรู้สึกขอบคุณครอบครัวและทุกคนที่ให้การสนับสนุนฉันมาโดยตลอดอย่างสุดซึ้ง” นิชิโคริ กล่าว