พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ดาวตบตำแหน่งบีหลังของทีมชาติไทย ออกมาเปิดใจกับ FIVB ถึงประสบการณ์สุดพิเศษในการลงแข่งขันต่อหน้าแฟนลูกยางชาวไทย ในศึกวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ พร้อมย้ำว่าความทรงจำครั้งนั้นกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เธอมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเพื่อปี 2026
การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลก 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของวงการวอลเลย์บอลไทย เมื่อสนามแข่งขันทั่วประเทศถูกเติมเต็มไปด้วยแฟนกีฬาอย่างล้นหลาม ไม่ใช่เพียงเกมของทีมชาติไทยเท่านั้น แต่รวมถึงแมตช์อื่น ๆ ก็ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างคนไทยกับกีฬาวอลเลย์บอล
พิมพิชยา ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังหลักเกมรุกของทีมชาติ เผยว่าเธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสุดยิ่งใหญ่ตั้งแต่ก้าวลงสนาม “ทุกเกมมีผู้ชมเต็มสนาม ไม่ใช่แค่ตอนทีมชาติไทยแข่ง มันแสดงให้เห็นว่าคนไทยสนใจรายการนี้มากแค่ไหน สำหรับฉันมันเหมือนเป็นประวัติศาสตร์”
แรงเชียร์จากแฟน ๆ ไม่เพียงสร้างสีสันให้การแข่งขัน แต่ยังกลายเป็นพลังสำคัญที่ส่งต่อถึงนักกีฬาโดยตรง “ฉันรู้สึกมีพลังมาก เพราะแฟน ๆ ส่งพลังงานให้เราอย่างมหาศาล” ดาวตบวัย 27 ปี กล่าว พร้อมเสริมว่าการได้เห็นแฟนบอลสวมเสื้อทีมชาติและส่งเสียงเชียร์เต็มความจุสนาม ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการรับใช้ชาติ
เธอยังมองว่าทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้เต็มไปด้วยบทเรียนสำคัญ “ฉันไม่อยากเลือกแค่ช่วงเวลาเดียว เพราะทุกเกมมีสิ่งดี ๆ ให้จดจำ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ เราสามารถเรียนรู้และนำไปพัฒนาทีมในอนาคตได้”
การเป็นเจ้าภาพยังเปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติไทยได้เผชิญหน้ากับผู้เล่นระดับโลก ซึ่งพิมพิชยายอมรับว่าเป็นประสบการณ์ล้ำค่า “มันเป็นเกียรติมาก และฉันได้เรียนรู้จากผู้เล่นเก่ง ๆ มากมาย”
ประสบการณ์ครั้งนี้ยังเปลี่ยนมุมมองของเธอที่มีต่อบทบาทในทีมชาติ จากเดิมที่เน้นผลงานส่วนตัว กลายเป็นการเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม “ฉันตระหนักว่าหน้าที่ของฉันไม่ใช่แค่ทำผลงาน แต่ต้องแสดงความกล้าหาญ และพิสูจน์ว่าสไตล์ของไทย ทั้งความเร็ว ความสามัคคี และไหวพริบ สามารถต่อกรกับทีมที่มีร่างกายแข็งแกร่งกว่าได้”

อย่างไรก็ตาม การเล่นในบ้านก็มาพร้อมแรงกดดันไม่น้อย “ฉันอยากทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่สุดท้ายก็เข้าใจว่าการเล่นให้ดีที่สุดภายใต้ความกดดัน คือการมีความสุขกับเกม”
เธอยังยอมรับว่าการได้ย้อนมองตัวเอง ทำให้ค้นพบความรักที่มีต่อวอลเลย์บอลอย่างแท้จริง “ฉันเพิ่งรู้ว่ารักกีฬานี้มากแค่ไหน เมื่อเห็นตัวเองมีความสุขกับมัน นั่นแหละคือความหมายของคำว่ารัก”
สำหรับเป้าหมายในปี 2026 พิมพิชยาตั้งใจพัฒนาตัวเองเพื่อยกระดับทีมชาติไทยให้สามารถต่อกรกับทีมชั้นนำของโลกได้ดีขึ้น “ฉันอยากเป็นผู้เล่นที่ช่วยทีมเอาชนะทีมที่มีร่างกายเหนือกว่า ด้วยความเร็ว วินัย และแท็กติก”
เธอยังย้ำว่าการแข่งขันครั้งที่ผ่านมาเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต “ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะต้องพัฒนาตัวเอง และช่วยให้ทีมดีขึ้นสำหรับเวิลด์แชมเปียนชิพครั้งต่อไป”
จากอดีตดาวรุ่งสู่หนึ่งในแกนหลักของทีมชาติในปัจจุบัน พิมพิชยายังมีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย โดยเธอเชื่อว่าการแข่งขันครั้งนี้จะช่วยจุดประกายให้เด็ก ๆ หันมาสนใจกีฬาวอลเลย์บอลมากขึ้น
หนึ่งในแมตช์ที่เธอจดจำได้ดีที่สุดคือเกมพบกับเนเธอร์แลนด์ ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง “เกมนั้นทำให้ฉันได้ค้นพบความแข็งแกร่งทางจิตใจอีกครั้ง ฉันเรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในตัวเองและกล้าเล่นเกมรุก แม้จะโดนกดดันตลอดเวลา”
แม้จะมองว่าทีมไทยยังต้องพัฒนาอีกมากเมื่อเทียบกับหลายชาติชั้นนำ แต่พิมพิชยายังคงยึดมั่นในเส้นทางของตัวเอง และไม่ลืมความทรงจำอันล้ำค่าจากการได้เล่นต่อหน้าแฟน ๆ ในบ้านเกิด
“มันมีความหมายกับฉันมาก ที่ได้เป็นตัวแทนประเทศต่อหน้าแฟน ๆ และได้แบ่งปันความรักในกีฬานี้ให้คนทั้งโลกได้เห็น” เธอกล่าวทิ้งท้าย