ฟาบิโอ คันนาวาโร – ตำนานกองหลังที่ดีที่สุดแห่งยุค

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเปิดฉากขึ้นที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ เม็กซิโก สามชาติที่เป็นเจ้าภาพร่วมกันในเดือนมิถุนายนนี้

และชื่อของ ฟาบิโอ คันนาวาโร ตำนานกองหลังทีมชาติอิตาลี ก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่คนพูดถึง เพราะเขาได้รับหน้าที่เฮดโค้ชของทีมชาติอุซเบกิสถาน ซึ่งคว้าตั๋วเข้ารอบฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในเวิลด์คัพ หนนี้ด้วย

ฟาบิโอ คันนาวาโร เกิดที่เมืองนาโปลี ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 13 กันยายน ปี 1973 โดยเจ้าตัวเริ่มเล่นฟุตบอลกับบาโญลี สโมสรในท้องถิ่น ก่อนจะถูกแมวมองของทีมดังประจำเมืองอย่าง นาโปลี ดึงตัวไปเข้าทีมเยาวชน ตั้งแต่ปี 1988 และสุดท้ายเขาก็ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ได้สำเร็จ เมื่อปี 1993 ด้วยวัย 20 ปี

โดยเขาเริ่มแสดงศักยภาพที่โดดเด่นให้เห็นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าสกัดบอล, ความนิ่ง และการที่เล่นเกมรุกด้วยการเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับได้ดีเยี่ยม ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับตามองอย่างมากในเซเรีย อา

จากนั้นในปี 1995 เขาถูก ปาร์มา ทีมดังจอมทุ่มงบฯ ในยุคนั้น ดึงตัวไปร่วมทัพและได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอทันที

กับปาร์มา เขากลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับร่วมกับนายด่านเพื่อนร่วมชาติอย่าง จานลุยจิ บุฟฟอน และร่วมกันพาทีมคว้าแชมป์มากมาย ทั้ง ยูฟ่า คัพ, โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย และแชมป์ซูเปอร์ โคปปา อีกหนึ่งสมัย

ฟาบิโอ คันนาวาโร - ตำนานกองหลังที่ดีที่สุดแห่งยุค

แต่หลังจากที่ปาร์มาประสบปัญหาอย่างมากเรื่องการเงิน ทำให้ คันนาวาโร ถูกขายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2002 ด้วยค่าตัวราว 23 ล้านยูโร อย่างไรก็ตามช่วงเวลาของเขากับทีมเนรัซซูรีนั้นกลับไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะเขาเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงาน และสุดท้ายไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือกับทีมนี้ ก่อนจะบอกลากันไป

โดยปี 2004 คันนาวาโร ย้ายมาอยู่กับ ยูเวนตุส ทีมดังประจำลีก และพาทีมคว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี มาครองได้สำเร็จ

แต่จุดที่พีคที่สุดของชีวิตเขาเกิดขึ้นกับทีมชาติอิตาลี ในฟุตบอลโลก เมื่อปี 2006 ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น และเป็นหัวใจสำคัญของทัพอัซซูรี ที่สามารถคว้าแชมป์โลกในปีนั้นมาครองได้สำเร็จ และทำให้เขากลายเป็นนักเตะกองหลังแค่ไม่กี่คนที่ได้รางวัลบัลลงดอร์มาครอง

หลังเส้นทางกับยูเว่ เขาย้ายไปเล่นใน ลา ลีกา สเปน กับ เรอัล มาดริด และยังคงทำผลงานเด่น คว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน 2 สมัย และซูเปอร์ คัพ ของสเปนอีก 1 สมัย

ขณะที่ช่วงท้ายการค้าแข้งเขากลับมาอยู่กับยูเวนตุสในช่วงสั้นๆ ก่อนจะไปแขวนสตั๊ดกับ อัล อาห์ลี ดูไบ เมื่อปี 2011

จากนั้นคันนาวาโรยังคงผจญภัยในเส้นทางของการเป็นโค้ชและเคยคุมทีมมากมายทั้งในจีน, ซาอุดีอาระเบีย, โครเอเชีย และในอิตาลี

ต้องมาติดตามกันว่าในฟุตบอลโลก 2026 นั้น คันนาวาโร ในฐานะเฮดโค้ชอุซเบกิสถาน จะพาลูกทีมของเขาทำผลงานได้ดีแค่ไหน