เอ็นโซ มาเรสกา กุนซือของเชลซี ทีมดังแห่งศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ยอมรับว่าทีมของตนสมควรพ่ายแพ้ ในเกมพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในเกมลีกนัดล่าสุด เพราะรูปเกมเป็นรองคู่แข่งแบบไร้ทางสู้
เชลซี ออกไปแพ้ให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-3 ในเกมลีกนัดล่าสุด พลาดการเก็บแต้ม ทำให้พวกเขามีอยูู่ 24 คะแนนจากการลงเล่น 14 เกม รั้งอยู่ในอันดับ 4 ของตารางพรีเมียร์ลีก
หลังเกมการแข่งขัน เอ็นโซ มาเรสกา กุนซือของเชลซี ยอมรับว่าลูกทีมของเขาสมควรที่จะต้องพบกับความพ่ายแพ้ หลังรูปเกมเป็นรอง ลีดส์ ยูไนเต็ด แบบไร้ทางสู้ในทุกๆด้าน
“นี่เป็นค่ำคืนที่แย่มากๆ พวกเขาสมควรเป็นผู้ชนะด้วยประการทั้งปวง พวกเขาทำได้ดีกว่าเราในทุกด้าน มันไม่มีเรื่องดีๆ เรื่องไหนที่เราสามารถเก็บมาจากเกมนี้ได้เลย สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการพยายามทำความเข้าใจว่าเราทำพลาดตรงจุดไหนและรีเซ็ตตัวเองให้ได้ เพราะเราจะต้องลงเล่นอีกเกมใน 48 ชั่วโมงหลังจากนี้”
“ไม่ใช่เรื่องการครองบอล การครองบอลต้องมีเป้าหมาย วันนี้พวกเขาเล่นได้ดีกว่าในทุกด้าน ต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขาด้วย หลังยิงประตูได้ เรามีโอกาสทำประตูจะแจ้ง 1-2 ครั้ง แต่ประตูที่ 3 ทำให้เกมจบลงอย่างสิ้นเชิง และทำให้เกมยากขึ้นมาก”

“ผมหวังว่าคืนนี้เราจะนอนฝันร้ายกัน เพราะอีกฝ่ายทำได้ดีกว่าเราหมดไม่ว่าจะทั้งจังหวะที่ได้ครองบอล, จังหวะที่ไม่ได้เล่นกับบอล หรือจังหวะเข้าหาบอลที่กระฉอกออกมา”
“มันคือความจริง มันคือพรีเมียร์ลีก คุณต้องโชว์ฟอร์มให้เต็มที่ทุกเกม ไม่ว่าจะเล่นในบ้านหรือนอกบ้าน หรือทีมเยือนจะเป็นทีมไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าเราจะไปถึงจุดไหนในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเข้าใจว่า เราทำผลงานได้ไม่ดีในคืนนี้ แล้วพยายามปรับปรุงตัวเอง”
นอกจากนี้กุนซือวัย 45 ปี ยังกล่าวถึงการที่เขาเปลี่ยนตัว เอสเตเวา วิลเลียน แนวรุกดาวรุ่งวัย 18 ปีชาวบราซิล ว่ารู้สึกไม่มีทางเลือกทำให้ต้องเปลี่ยนตัว หลังนักเตะถูกใบเหลืองไปในนาทีที่ 39 ของเกม
“ผมคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อ เอสเตเวา ในเกมนี้มันอารมณ์แบบ ยินดีต้อนรับสู่ พรีเมียร์ลีก ยินดีต้อนรับสู่ ลีดส์ อยู่นิดหน่อย ผลกระทบต่อเขาน่าจะเยอะพอตัว เหตุผลที่เราเปลี่ยนตัวเขาเป็นเพราะเขาได้รับใบเหลืองไปแล้ว”
“บางครั้งเมื่อคุณอายุแค่ 18 คุณก็ต้องพยายามอย่างมากเพื่อควบคุมอารมณ์ ดังนั้นผมเลยต้องเปลี่ยนเขาและหลีกเลี่ยงใบแดง”
สำหรับโปรแกรมถัดไปของเชลซี พวกเขาจะออกไปเยือน บอร์นมัธ ในเกมพรีเมียร์ลีก ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม ในเวลา 22.00 น.