หากจะพูดถึงหนึ่งในสมาชิกของทีมลิเวอร์พูล ชุดแชมป์ยุโรปที่คนจดจำมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ปาฏิหาริย์อิสตันบูล ที่ทีมหงส์แดงทำในสิ่งที่ไม่มีใครเชื่อ เมื่อพวกเขาโกงความตายกลับมาเอาชนะ เอซี มิลาน ได้สำเร็จในการดวลจุดโทษตัดสิน ทั้งที่โดนนำไปก่อนถึง 0-3 ในครึ่งแรก
และหนึ่งในกองหน้าของลิเวอร์พูลชุดนั้น มีคนที่แม้จะตัวไม่อยากมาก แต่ก็พร้อมที่จะวิ่งสู้ฟัดใส่เหล่ากองหลังที่สูงใหญ่กว่า และเขาคนนั้น คือ มิลาน บารอส กองหน้าดีกรีทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก
มิลาน บารอส เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ปี 1981 ซึ่งเขาเริ่มต้นค้าแข้งกับสโมสรในบ้านเกิดในระดับเยาวชนอย่าง วิกานติเซ ก่อนจะได้ย้ายไปอยู่กับ รอซนอฟ และสุดท้ายไปอยู่กับอคาเดมีของ บานิก ออสตราวา
ซึ่งกับทางสโมสร บานิก ออสตราวา นี่เอง ถือเป็นจุดเริ่มเต้นเส้นทางนักเตะอาชีพของดาวยิงรายนี้ เพราะเขาได้สัมผัสกับเวทีลีกอาชีพของทีมชุดใหญ่กับสโมสรแห่งนี้ด้วยวัยแค่ 17 ปี
และสโมสรแห่งนี้นี่แหละที่เขาค่อย ๆ เริ่มฉายแววให้เห็นถึงจุดเด่นอย่างความเร็วที่จัดจ้านและการหาพื้นที่ในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม จนสุดท้ายผลงานของเขาไปเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อย่าง ลิเวอร์พูล ที่ตัดสินใจคว้าตัวเขามาร่วมทัพเมื่อปี 2001 ด้วยค่าตัวราว 3.2 ล้านปอนด์

ซึ่งในเวลานั้น เขามีรุ่นพี่ในทีมชาติสาธารณรัฐเช็กที่เล่นอยู่กับหงส์แดงทั้ง ปาทริก แบร์เกอร์ และ วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ แต่ในฤดูกาลแรกนั้นเขายังต้องรอคอยโอกาสในการลงสนาม เพราะหงส์แดงในเวลานั้นมีหัวหอกตัวหลักอย่าง เอมิล เฮสกีย์ เป็นตัวเลือกแรก
หลังจากนั้นเข้าต้องเจอกับมรสุมลูกใหญ่อีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า เมื่อปี 2003 และทำให้เขาต้องพักไปยาวนานถึง 5 เดือน แต่หลังจบซีซัน 2003-2004 ที่ยากลำบาก การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของบารอสและลิเวอร์พูลก็ถือกำเนิดขึ้น เมื่อทีมหงส์แดง ตัดสินใจแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปน เข้ามาทำงานแทน เชราร์ อูลิเยร์
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของฤดูกาลที่เขาและแฟนบอลลิเวอร์พูลไม่มีวันลืม เพราะในซีซันใหม่ภายใต้การทำทีมของ เบนิเตซ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งเกมนั้น มิลาน บารอส ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง และสุดท้ายพวกเขาก็คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ
แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานมากสำหรับบารอสที่ได้สวมเสื้อของหงส์แดง แต่เขาก็ได้ฝากผลงานเอาไว้ 19 ประตู จากการลงเล่น 68 นัด
เรื่องราวของบารอส แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าแม้จะมีปัญหาถาโถมเข้ามาทั้งเรื่องโอกาสลงสนาม หรือ อาการบาดเจ็บที่รุนแรง แต่เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ และสุดท้ายเขาได้กลายเป็นหนึ่งในนักเตะชุดแชมป์ที่แฟนบอลลิเวอร์พูลไม่มีวันลืม