สมาคมวอลเลย์บอล – ขอรับการสนับสนุน วิทยาศาสตร์การกีฬา จาก FIVB ช่วยเพิ่มฟิต

“โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เปิดเผยถึงทิศทางและแผนการยกระดับการดูแลนักกีฬาทีมชาติไทยในมิติของวิทยาศาสตร์การกีฬา หลังจากสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยตรวจพบว่านักกีฬาหลายรายประสบปัญหาอาการบาดเจ็บสะสม โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬาที่เดินทางกลับมาจากการลงแข่งขันในลีกอาชีพต่างประเทศตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งส่งผลต่อสภาพร่างกาย ความฟิต และความพร้อมในการเข้าแคมป์ทีมชาติ จนทำให้สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลต้องเร่งหามาตรการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นระบบมากขึ้น

โค้ชอ๊อตยอมรับว่า สภาพแวดล้อมของวอลเลย์บอลอาชีพในต่างประเทศมีความเข้มข้นสูง โปรแกรมการแข่งขันถี่ และการฝึกซ้อมที่หนักต่อเนื่อง ทำให้นักกีฬาหลายคนต้องแบกรับภาระทางร่างกายมากกว่าปกติ เมื่อกลับมารับใช้ทีมชาติในรายการระดับนานาชาติที่มีโปรแกรมต่อเนื่อง ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอาการล้าสะสม โดยเฉพาะในปี 2569 ที่วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยมีโปรแกรมแข่งขันยาวตั้งแต่กลางปีจนถึงปลายปี

ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยเปิดเผยว่า หนึ่งในแนวทางสำคัญที่สมาคมกำลังเดินหน้า คือการขอรับการสนับสนุนด้านบุคลากรวิทยาศาสตร์การกีฬาจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) โดยเฉพาะทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Sports Science ในสาขา Physiology of Exercise หรือสรีรวิทยาการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญต่อการวางแผนฝึกซ้อม การฟื้นฟู และการป้องกันการบาดเจ็บในนักกีฬาระดับสูง

สมาคมวอลเลย์บอล - ขอรับการสนับสนุน วิทยาศาสตร์การกีฬา จาก FIVB ช่วยเพิ่มฟิต

โค้ชอ๊อตกล่าวว่า ทางทีมงานได้มีการวางแผนหารือร่วมกับนายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย และเลขาธิการสมาคมฯ เพื่อผลักดันโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยทาง FIVB แสดงความพร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่ในเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ขณะที่สมาคมฯ และผู้บริหารก็พร้อมเข้ามาดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังต้องมีการเจรจาและตกลงรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุดกับนักกีฬาไทย

นอกจากการยกระดับด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้ว โค้ชอ๊อตยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรของสมาคม โดยล่าสุดได้มีการส่งสตาฟโค้ชและทีมงานไปดูงาน รวมถึงร่วมทำงานกับสโมสรอารันเมร่า ยามากาตะ ในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือที่ถือเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ ทั้งในด้านการฝึกซ้อม การดูแลร่างกายนักกีฬา และการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาในระดับสโมสรอาชีพ

ไม่เพียงเท่านั้น สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยยังมีแผนขยายความร่วมมือไปยังทีมชั้นนำในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อเปิดโอกาสให้สตาฟโค้ชและทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาไทยได้เรียนรู้ระบบการทำงานที่หลากหลายและทันสมัยยิ่งขึ้น

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในปี 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ หลังต้องลงแข่งขันในศึกวอลเลย์บอลเนชันส์ลีก (VNL) ช่วงกลางปี ก่อนจะต่อเนื่องไปถึงมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ในช่วงปลายปี ส่งผลให้การบริหารจัดการสภาพร่างกาย การฟื้นฟู และการป้องกันการบาดเจ็บด้วยหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา กลายเป็นหัวใจหลักในการเตรียมทีม เพื่อรักษาความพร้อม ความต่อเนื่อง ของวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในระยะยาว