สอยคิวชั้นนำ – ยิ้ม เวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ ปรับรูปแบบในจีน ครั้งใหญ่ เอื้อมือท็อปแรงกิ้ง

วงการสนุกเกอร์อาชีพเตรียมเข้าสู่ฤดูกาล 2026/27 อย่างเป็นทางการ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของทัวร์นาเมนต์จัดอันดับโลกในประเทศจีน โดยฝ่ายจัดการแข่งขันตัดสินใจปรับระบบการแข่งขันใหม่จาก สายแข่งแบบธรรมดา ไปสู่ระบบแบ่งระดับตามอันดับโลก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลโดยตรงต่อทั้งนักกีฬาระดับท็อปและผู้เล่นอันดับรองลงมา

ฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ด้วยรอบคัดเลือกของรายการ China Open ที่สนามแมตติโอลี อารีนา เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ก่อนต่อด้วยรอบคัดเลือกของ Wuhan Open และศึก Championship League

โดยในฤดูกาลหน้า นักสนุกเกอร์ระดับโลกจะมีโปรแกรมแข่งขันในเอเชียมากกว่าที่เคย โดยปฏิทินเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์บรรจุรายการจัดอันดับในจีนถึง 6 รายการ ได้แก่ China Open, Wuhan Open, Xi’an Grand Prix, International Championship, World Grand Prix และ World Open รวมถึงรายการรับเชิญชื่อดังอย่าง Shanghai Masters อีกด้วย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รายการจัดอันดับในจีนใช้ระบบ Flat Draw หรือสายแข่งขัน 128 คนแบบเต็ม โดยผู้เล่นทุกคนไม่ว่าจะอยู่อันดับโลกใด ต้องชนะจำนวนแมตช์เท่ากันจึงจะคว้าแชมป์ได้

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลใหม่จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในศึกไชน่า โอเพ่น ซึ่งมีรายงานว่าเงินรางวัลแชมป์จะสูงกว่า 300,000 ปอนด์

รูปแบบใหม่จะคล้ายกับรายการระดับเมเจอร์อย่าง UK Championship และ World Snooker Championship โดยนักกีฬาท็อป 16 ของโลกจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ และรอพบผู้เล่นอีก 16 คนที่ฝ่าด่านรอบคัดเลือกเข้ามา

สำหรับรอบคัดเลือกจะมีทั้งหมด 4 รอบ โดยผู้เล่นอันดับต่ำสุดต้องเริ่มตั้งแต่รอบแรก ขณะที่ผู้เล่นอันดับ 17-48 จะเริ่มแข่งขันตั้งแต่รอบสาม ทำให้ต้องชนะเพียง 2 นัดเพื่อผ่านเข้าสู่รอบเมนดรอว์ที่เมืองไท่หยวน ระหว่างวันที่ 8-16 สิงหาคม

ด้านศึกหวู่ฮั่น โอเพ่น ซึ่งจัดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ก็จะเปลี่ยนมาใช้ระบบแบ่งระดับเช่นกัน ที่ผ่านมา จัดด์ ทรัมป์ คว้าแชมป์ครั้งแรกเมื่อปี 2023 ก่อนที่ เสี่ยว กัวตง จะครองแชมป์สองปีติดต่อกันในปี 2024 และ 2025

สอยคิวชั้นนำ - ยิ้ม เวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ ปรับรูปแบบในจีน ครั้งใหญ่ เอื้อมือท็อปแรงกิ้ง

ในฤดูกาลนี้ นักกีฬาท็อป 32 ของโลกจะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ขณะที่ผู้เล่นอีก 32 คนจะต้องฝ่าด่านรอบคัดเลือกจากเมืองเลสเตอร์เพื่อเข้าไปเติมเต็มเมนดรอว์ 64 คน

แม้ว่าระบบใหม่จะทำให้ผู้เล่นอันดับต่ำต้องแข่งขันมากกว่านักกีฬาระดับท็อปหากหวังคว้าแชมป์ แต่ก็มีข้อดีหลายด้าน

ยกตัวอย่างในไชน่า โอเพ่น ผู้เล่นอันดับต่ำอาจต้องชนะถึง 9 หรือ 10 แมตช์เพื่อคว้าแชมป์ ขณะที่นักกีฬาท็อป 16 ต้องชนะเพียง 5 แมตช์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นอันดับล่างจะมีโอกาสเจอกับคู่แข่งที่มีอันดับใกล้เคียงกันในรอบแรก แทนที่จะต้องดวลกับมือระดับโลกทันทีเหมือนระบบเดิม

นอกจากนี้ หากอ้างอิงจากโครงสร้างเงินรางวัลของฤดูกาลที่ผ่านมา จำนวนผู้เล่นที่ได้รับเงินรางวัลก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพราะภายใต้ระบบ Flat Draw ผู้แพ้รอบแรกถึง 64 คนจะไม่ได้รับเงินรางวัลเลย ขณะที่ระบบใหม่จะเหลือเพียง 32 คนเท่านั้น

ผู้เล่นระดับแนวหน้าของโลกน่าจะเป็นกลุ่มที่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มากที่สุด เพราะไม่ต้องเดินทางมาแข่งขันรอบคัดเลือกในอังกฤษอีกต่อไป และสามารถวางแผนตารางการแข่งขัน รวมถึงกิจกรรมเชิงพาณิชย์และงานแสดงต่าง ๆ ได้ล่วงหน้าหลายเดือน

การปรับระบบดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเวิลด์สนุกเกอร์ทัวร์ ซึ่งกำลังทยอยลดบทบาทของระบบ Flat Draw ลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้ทั้งศึกยูเค แชมเปี้ยนชิพ รวมถึงรายการโฮม เนชันส์ ซีรีส์ และเยอรมัน มาสเตอร์ส ต่างก็เริ่มนำระบบแบ่งระดับมาใช้งานแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังไม่มีการยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่ผลักดันโดย Professional Snooker Players’ Association หรือไม่ แต่ชัดเจนว่ารูปแบบการแข่งขันของสนุกเกอร์อาชีพกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2026/27 นี้.