ออสเตรเลียน โอเพ่น – เพิ่มเงินรางวัลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลมออสเตรเลียน โอเพ่น ที่เมลเบิร์นปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย ประกาศว่า การแข่งขันายการดังกล่าวระหว่างวันที่ 18 มกราคม-1 กุมภาพันธ์นี้ จะมีเงินรางวัลสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเพิ่มเงินรางวัลขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินรวม 111.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,341.5 ล้านบาท)

โดยในการแข่งขันปีนี้แชมป์ประเภทหญิงเดี่ยว และชายเดี่ยวจะได้รับเงินรางวัลคนละ 4.15 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 87.15 ล้านบาท) เพิ่มจากปีที่แล้ว 650,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 13.65 ล้านบาท)

ขณะที่คนตกรอบแรกจะได้เงินรางวัลคนละ 150,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 3.15 ล้านบาท) ส่วนรอบคัดเลือกได้รับเงินรางวัลเพิ่ม 16 เปอร์เซ็นต์ คนที่ไม่ผ่านรอบคัดเลือกรอบสาม จะได้เงินรางวัลคนละ 83,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1.75 ล้านบาท)

โดย เคร็ก ไทลีย์ ซีอีโอของสหพันธ์เทนนิสออสเตรเลีย เจ้าภาพการแข่งขัน ออสเตรเลียน โอเพ่น กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า “การเพิ่มเงินรางวัล 16 เปอร์เซ็นต์ เป็นการยืนยันถึงความตั้งใจของเราที่จะสนับสนุนอาชีพนักเทนนิสในทุกระดับ โดยเราเพิ่มเงินรางวัลสำหรับรอบคัดเลือกนับจากปี 2023 จนถึงตอนนี้ 55 เปอร์เซ็นต์แล้ว เพื่อผลประโยชน์ของนักกีฬา เพื่อให้แน่ใจว่าการกีฬาเทนนิสเป็นอาชีพที่ยั่งยืนสำหรับนักหวดทุกระดับ”

ออสเตรเลียน โอเพ่น - เพิ่มเงินรางวัลสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ศึกแกรนด์สแลมยูเอส โอเพ่น เป็นรายการแกรนด์สแลมที่มอบเงินรางวัลสูงสุด รวม 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,835 ล้านบาท) ส่วนแกรนด์สแลมวิมเบิลดัน มีเงินรางวัลรวม 53.5 ล้านปอนด์ (ราว 2,247 ล้านบาท) และแกรนด์สแลมเฟรนช์ โอเพ่น เงินรางวัลรวม 56.35 ล้านยูโร (ราว 2,085 ล้านบาท)

ขณะที่นักเทนนิสชื่อดังอย่าง ยานนิก ซินเนอร์, อารีนา ซาบาเลนก้ และอเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ อยู่ในกลุ่ม 20 อันดับแรกของนักเทนนิสชาย และหญิงที่เรียกร้องให้ศึกแกรนด์สแลมทั้งสี่รายการเพิ่มสัดส่วนเงินรางวัลต่อรายได้ให้แก่ผู้เล่นทั้งหมด

นักเทนนิสชั้นนำได้เรียกร้องให้มีการเพิ่มเงินรางวัลในแต่ละรายการแกรนด์สแลมเป็นระยะๆ ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยในที่สุดจะเข้าใกล้ระดับ 22% ที่พวกเขาได้รับในรายการแข่งขันรวมของเอทีพี และดับเบิลยูทีเอบางรายการ

นอกจากนั้นกลุ่มผู้เล่นนี้ยังต้องการให้มีการปรึกษาหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้างของกีฬา รวมถึงการเพิ่มเงินสมทบจากแกรนด์สแลมเข้าสู่กองทุนบำเหน็จบำนาญ การดูแลสุขภาพ และการคลอดบุตร