สตีเฟน เคอร์รี การ์ดซูเปอร์สตาร์ โกลเดน สเตต วอร์ริเออร์ส ตั้งเป้าพาทีมเข้ารอบเพลย์ออฟให้ได้หลังระเบิดฟอร์มช่วย “สะพานทอง” แซงชนะ แอลเอ คลิปเปอร์ส
โดย เคอร์รี ที่เพิ่งกลับมาฟิตสมบูรณ์โชว์ฟอร์มเก่งด้วยการทำคนเดียว 35 คะแนนพา วอร์ริเออร์ส แซงกลับมาเอาชนะ คลิปเปอร์ส สุดมัน 120-117 คะแนนในศึกเอ็นบีเอ 2025-26 รอบเพลย์อินของสายตะวันตก
จากผลที่เกิดขึ้นทำให้ “สะพานทอง” ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของเพลย์อินเพื่อวันว่าจะได้ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟหรือไม่กับ ฟีนิกซ์ ซันส์
หลังการแข่งขัน เคอร์รี เปิดใจถึงจังหวะชู้ต 3 แต้มในช่วงไม่ถึง 1 นาทีสุดท้ายแม้จะอยู่ในสถานการณ์สุดกดดันซึ่งเป็นที่มาทำให้ทีมคว้าชัยได้ “ผมแค่สนุกไปกับมัน ผมคิดว่า ความจำของกล้ามเนื้อ การฝึกฝนซ้ำๆ การทำงานหนักที่คุณทุ่มเทมาตลอดชีวิต มันจะแสดงออกมาในเวลาที่เหมาะสม ผมมักจะพูดเสมอว่า คุณต้องได้รับและคู่ควรกับความมั่นใจที่คุณมี เพราะการทำงานหนักที่คุณทุ่มเทลงไป และไม่ต้องกลัวความล้มเหลว การพลาดช็อต หรือการเสียบอล หรืออะไรก็ตาม คุณแค่ต้องเล่นต่อไป แล้วช็อตก็จะลง มันมีจังหวะของมันเอง”

“คุณจะหาโอกาสเข้าทำแต้มได้เรื่อยๆ และผมก็แค่สนุกไปกับบรรยากาศ อย่างเช่น ผมได้รับพรมากมายจากช่วงเวลาแบบนั้น และการทำงานหนักที่ทุ่มเทลงไปนั้นสำคัญมาก พูดตามตรง นั่นคือคำตอบเดียวที่แท้จริง เพราะคุณไม่สามารถวางแผนอะไรล่วงหน้าได้เลย ถ้าผมเห็นแสงสว่าง ผมก็จะยิง และมีความมั่นใจ และความหวังว่าเราจะพร้อมสำหรับโอกาสเหล่านั้น”
นอกจากนั้นการ์ดวัย 38 ปียังพูดถึงเป้าหมายของตัวเองในตอนนี้ว่า “อย่างที่ผมบอก นี่คือสิ่งที่เราทำงานหนักมาทั้งปี ทั้งช่วงซัมเมอร์และช่วงนอกฤดูกาล เรายังไม่การันตีว่าจะได้เข้ารอบเพลย์ออฟ แต่ค่ำคืนเหล่านี้ทำให้ทุกอย่างคุ้มค่า เพราะคุณรู้สึกถึงความกดดันที่จะต้องแสดงผลงานให้ดีภายใต้แสงไฟสว่างจ้า เกมชี้ชะตา”
“การเตรียมตัวสองวันสุดท้าย พยายามวางแผนการเล่นให้ถูกต้อง และทำให้เราพร้อมสำหรับช่วงเวลานั้นจริงๆ ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากฤดูกาลของเราที่ผ่านมา และอาการบาดเจ็บต่างๆ การที่เราเล่นได้ดีในคืนนี้จึงเป็นเรื่องพิเศษ ผมรู้ว่าเรายังไม่พอใจ เราอยากไปฟีนิกซ์ และการันตีการเข้ารอบเพลย์ออฟกับ โอกลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์”
“นั่นคือเป้าหมายต่อไป แต่สำหรับเรา การที่เราพร้อมสำหรับแค่สี่หรือแปดนาที คิดหาวิธีที่จะคว้าชัยชนะ โดยรู้ว่าเกมจะไม่สมบูรณ์แบบ เราทุกคนต่างมุ่งมั่นกับมันมาก และผู้เล่นทั้งแปดคนที่ลงสนามต่างก็มีส่วนร่วมในการทำให้มันเกิดขึ้น”