อูไน เอเมอรี กุนซือแอสตัน วิลลา สุดภูมิใจหลังพาทีมผงาดคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรป้า ลีก ครั้งแรกของสโมสร
แอสตัน วิลลา ถล่มเอาชนะ ไฟร์บวร์ก ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรป้า ลีก 3-0 ผงาดคว้าแชมป์รายการไปครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก และยังเป็นแชมป์ถ้วยยุโรปครั้งที่ 2 ของสโมสร ต่อจากที่ได้แชมป์ยูโรเปียน คัพ เมื่อฤดูกาล 1981-82 หรือเมื่อ 44 ปีที่แล้ว และยังเป็นการคว้าถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ได้เป็นหนแรกในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่คว้าแชมป์ลีก คัพ เมื่อฤดูกาล 1995-96
หลังเกม อูไน เอเมอรี กุนซือของทีมสิงห์ผงาด กลายเป็นกุนซือที่ได้แชมป์ยูโรป้า ลีก มาแล้ว 5 สมัย หลังเคยทำได้สมัยคุมทัพ เซบียา 3 สมัย, บียาร์เรอัล 1 สมัย และล่าสุดกับ แอสตัน วิลลา ระบุว่าเขามีความสุขที่สุดกับการคว้าแชมป์ครั้งนี้
“ผมรู้สึกประทับใจกับฟุตบอลถ้วยยุโรปในทุกรายการเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับยูโรปาลีก นักเตะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขา ผมบอกกับพวกเขาว่า เราต้องมีความกระหาย เราต้องจริงจังกับการแข่งขันรายการนี้ ต้องแสดงให้เห็นในสนามว่าคุณคือผู้กำหนดเกม และพวกเขาก็ทำได้”
“ขอบคุณเจ้าของสโมสร ขอบคุณทุกคนที่แอสตัน วิลลา เพื่อนร่วมงานทุกคน ขอบคุณพวกคุณ และที่สำคัญที่สุดคือต้องขอบคุณแฟนบอลทุกคนจริงๆ พวกเขาร่วมเดินทางไปกับเราตลอดทั้งฤดูกาล ไม่ว่าจะไปเล่นนอกบ้านหรือในยุโรป ไม่ว่าจะ 3,000 หรือ 4,000 คน ในทุกประเทศที่เราไปเล่น พวกเขาก็อยู่ตรงนั้นเสมอ”

“ที่เราชนะได้ เพราะเราจริงจังกับทัวร์นาเมนต์นี้มาตลอดเส้นทาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมวันนี้กับไฟร์บวร์ก แน่นอนว่าความสำเร็จนี้เพื่อแฟนบอลของเรา”
“เราจำเป็นต้องพยายามกลับมาลุ้นแชมป์ให้ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทียุโรป ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมาก แต่แน่นอนว่าพรีเมียร์ลีกก็เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน กับฟอร์มการเล่นของเราตลอด 4 ปีที่ผ่านมา และตอนนี้เราก็อยู่ในอันดับ 4 อีกครั้ง ท่ามกลางการแข่งขันกับทีมที่ดีที่สุดในโลก มันยอดเยี่ยมมาก ผมภูมิใจมากจริงๆ”
ด้าน จอห์น แม็คกินน์ แข้งกัปตันทีม เปิดใจด้วยความภาคภูมิใจและยกให้เป็นค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา
“มันมีความหมายกับผมมากตอนเด็ก ๆ ผมโตมากับการจำภาพ เซลติก ในปี 2003 (นัดชิงยูฟ่า คัพ) แม้คืนนั้นจะไม่ใช่คืนที่ดีของพวกเขา แต่มันก็พิเศษมาก และการได้มายืนอยู่ตรงนี้ ในปี 2026 ในฐานะกัปตันทีมแอสตัน วิลลา มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อจริง ๆ”
“ด้วยอายุ 31 ปี กับการลงเล่นนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยยุโรปครั้งแรกในชีวิต ผมเห็นเพื่อน ๆ ของผมอย่าง แจ็ค กรีลิช และ แอนดี โรเบิร์ตสัน คว้าแชมป์ยุโรปกันไปหมดแล้ว แต่คราวนี้มันถึงตาผมบ้าง มันพิเศษมากจริง ๆ ผมจะขอจดจำและรักษาทุก ๆ วินาทีหลังจากนี้ไว้ตลอดไป”