ศาลในสกอตแลนด์มีคำสั่งกลับคำตัดสินเดิมที่ห้าม แกรม ด็อตต์ อดีตแชมป์โลกสนุกเกอร์ปี 2006 เข้าบ้านของครอบครัว ขณะรอการพิจารณาคดีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดทางเพศต่อเด็ก ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นในอดีต โดยผู้พิพากษาระบุว่าเงื่อนไขการห้ามเข้าไปในถนนที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่นั้น “เป็นข้อผิดพลาดทางเอกสารทางปกครอง”
ด็อตต์ วัย 48 ปี อดีตนักสนุกเกอร์ชื่อดังชาวสกอตแลนด์ ซึ่งเคยคว้าแชมป์โลกในปี 2006 และเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีชื่อเสียงในยุค 2000 ถูกตั้งข้อหาความผิดทางเพศต่อเด็กจำนวนสองกระทง โดยเหยื่อทั้งสองรายมีอายุราว 10 ปีในขณะเกิดเหตุ โดยข้อกล่าวหาครั้งแรกเกิดขึ้นในพื้นที่เมืองกลาสโกว์ ระหว่างปี 1993 ถึง 1996 ส่วนอีกข้อกล่าวหาเกิดขึ้นระหว่างปี 2006 ถึง 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่ด็อตต์ยังคงอยู่ในเส้นทางอาชีพนักสนุกเกอร์
คดีนี้อยู่ในขั้นตอนรอการไต่สวนของศาลสูงแห่งสกอตแลนด์ โดยก่อนหน้านี้มีการออกคำสั่งห้ามด็อตต์เข้าใกล้ถนนในเมือง ลาร์กฮอลล์ เขตแลนาร์กเชอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนหรือกระทบต่อพยานในคดี อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาคดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ศาลสูงในเอดินบะระ ทนายฝ่ายจำเลย ยวน ดาว ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษา ลอร์ด แฮร์เรอร์ ขอให้ยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพียง “ความผิดพลาดทางเอกสาร”

ด็อตต์ซึ่งถูก สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์อาชีพโลก สั่งพักการแข่งขันตั้งแต่มีการตั้งข้อหา ปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเองในวันพิจารณา เขานั่งรออยู่บริเวณแถวหน้าของห้องพิจารณาคดี หมายเลข 4 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ศาลจะเชิญให้เขาไปนั่งในบริเวณจำเลย
หลังจากรับฟังคำชี้แจง ผู้พิพากษาแฮร์เรอร์ได้อนุญาตให้แก้ไขเงื่อนไขการประกันตัว เพื่อให้ด็อตต์สามารถกลับเข้าไปในถนนที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ได้ โดยกล่าวว่า “คำสั่งประกันตัวจะได้รับการแก้ไขตามนั้น” พร้อมยืนยันว่าเขาเองจะเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาคดีในปีหน้า
ด็อตต์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาในการไต่สวนก่อนหน้านี้ที่ศาลสูงกลาสโกว์ โดยคดีนี้ถูกกำหนดให้เข้าสู่การพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการในปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากวงการสนุกเกอร์ทั่วโลก เนื่องจากด็อตต์ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาชาวสกอตแลนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคของเขา
อดีตแชมป์โลกผู้นี้เคยเป็นที่รู้จักในฐานะที่มีผลงานโดดเด่นบนสังเวียนสนุกเกอร์โลกมายาวนาน แต่คดีที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตและชื่อเสียงของเขา ขณะเดียวกันการพิจารณาคดีที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า จะเป็นตัวชี้ชะตาว่าแกรม ด็อตต์ จะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้หรือไม่