แจ็ก โจนส์ นักสนุกเกอร์ชาวเวลส์ คว้าแชมป์อาชีพรายการแรกในชีวิตได้สำเร็จ หลังพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 1-2 เฟรม เอาชนะ เดวิด กิลเบิร์ต นักแทงชาวอังกฤษ 3-2 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศ ศึก เบตวิคเตอร์ แชมเปียนชิพ ลีก ซึ่งเป็นรายการสะสมคะแนนรายการแรกของฤดูกาลใหม่
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ โจนส์ วัย 32 ปี รับเงินรางวัล 33,000 ปอนด์ พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน แชมเปียน ออฟ แชมเปียนส์ ในเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ยังเป็นการคว้าแชมป์อาชีพรายการแรก นับตั้งแต่เทิร์นโปรเมื่อปี 2010 หลังต้องผ่านการเป็นแชมป์กลุ่มถึง 3 รอบตลอดการแข่งขันที่เมืองเลสเตอร์ ก่อนฝ่าด่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและเฉือนชนะ กิลเบิร์ต ได้อย่างหวุดหวิด
ก่อนหน้านี้ โจนส์ แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในปี 2024 ด้วยการทะลุเข้าชิงชนะเลิศศึกชิงแชมป์โลก แต่พ่ายให้กับ ไคเรน วิลสัน ที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ จากนั้นตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เขาไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งเอาไว้ได้ และยังเคยเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังชกโต๊ะระหว่างซ้อมด้วยความหงุดหงิดจนกระดูกมือหัก
หลังคว้าแชมป์ได้สำเร็จ โจนส์ กล่าวว่า “มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อ ผมตื่นเต้นกับนัดชิงคืนนี้มากกว่าตอนเล่นนัดชิงชิงแชมป์โลกเสียอีก การได้แชมป์ครั้งแรกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ดีใจที่ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้”
“ผมดีใจแทนภรรยาและลูกชายที่คอยสนับสนุนมาตลอด รวมถึงพ่อแม่ของผมที่ต้องคอยดูผมแพ้มาตลอด 15 ปี วันนี้ดีใจที่ได้คว้าแชมป์เพื่อพวกเขา”

ในรอบชิงชนะเลิศ กิลเบิร์ต ออกนำก่อนด้วยการทำเซ็นจูรีเบรก 104 แต้ม ก่อนที่ โจนส์ จะตีเสมอ 1-1 ด้วยเบรก 64 แต้ม จากนั้น กิลเบิร์ต กลับขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 หลังทำเบรก 66 แต้ม
เฟรมที่ 4 กิลเบิร์ต มีโอกาสได้เปรียบตั้งแต่ต้นเฟรม เมื่อ โจนส์ ติดสนุกเกอร์ในตำแหน่งที่ยาก แต่ดาวแทงชาวเวลส์โชว์ช็อตมหัศจรรย์ แก้สนุกเกอร์ด้วยการให้ลูกขาววิ่งชนขอบโต๊ะถึง 4 ด้าน ก่อนกระทบลูกน้ำตาลได้สำเร็จและยังวางตำแหน่งปลอดภัย ก่อนจะกลับมาทำเบรก 86 แต้ม ตีเสมอเป็น 2-2
เฟรมตัดสิน กิลเบิร์ต ได้โอกาสก่อนแต่ทำได้เพียง 11 แต้ม ก่อนพลาดลูกแดงด้วยเรสต์ (ไม้ต่อ) เปิดโอกาสให้ โจนส์ ทำเบรก 55 แต้ม แม้จะพลาดลูกชมพูลงหลุมกลาง แต่ กิลเบิร์ต ก็ไม่สามารถฉวยโอกาสได้ เมื่อพลาดลูกแดงอีกครั้ง ทำให้ โจนส์ กลับมาเก็บเพิ่มอีก 14 แต้ม ปิดเกมคว้าแชมป์ไปในที่สุด
สำหรับ เส้นทางของ โจนส์ เริ่มจากการเอาชนะ ฮอสเซน วาฟาอี 3-0 เฟรม พร้อมทำเบรกสูงสุด 116 แต้ม จากนั้นเสมอ จาง อันต๋า 2-2 ก่อนปิดท้ายด้วยการชนะ ดีแลน เอเมอรี 3-0 จากเบรก 70 และ 87 แต้ม คว้าแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ด้าน เดวิด กิลเบิร์ต ซึ่งเคยคว้าแชมป์รายการนี้เมื่อปี 2021 เริ่มต้นด้วยการชนะ เหลย เป่ยฝาน 3-1 พร้อมทำเซ็นจูรีเบรก 104 และ 101 แต้ม จากนั้นเสมอ เอลเลียต สเลสเซอร์ 2-2 ด้วยเบรก 102 และ 82 แต้ม ก่อนปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มด้วยการชนะ นพพล แสงคำ 3-1 และทำเบรกสูงสุดของกลุ่มที่ 140 แต้ม แต่สุดท้ายต้องพ่ายให้กับ โจนส์ ในรอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย