โอลิเวอร์ แอนเดอร์สัน อดีตนักเทนนิสแกรนด์สแลมออสเตรเลียน โอเพ่น รุ่นเยาวชนถูกตำรวจรวบตัวนอกสนามจากกรณีจงใจแพ้
โดย แอนเดอร์สัน ที่ปัจจุบันมีอายุ 27 ปีเคยคว้าแชมป์แกรนด์สแลมออสเตรเลียน โอเพ่น รุ่นเยาวชนเมื่อปี 2016 ต่อหน้าผู้ชมในบ้านเกิด แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาในกลุ่มนักเทนนิสระดับท็อป 10 ในอนาคตอย่าง สเตฟานอส ซิตซิปาส, เฟลิกซ์ อูเกร์-อาลิอาสซีม และอเล็กซ์ เดอ มินอร์
ถึงกระนั้นเจ้าตัวกลับหยุดเล่นเทนนิสอาชีพไปช่วงระยะหนึ่งก่อนจะกลับมาลงสนามอีกครั้งเมื่อปี 2025 อย่างไรก็ตามอีกเพียง 9 เดือนต่อมาเขากลับต้องถูกจับกุมตัวในข้อหาล็อกผลแข่งขัน
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในรายการ เอทีพี ชาลเลนเจอร์ ทัวร์ ที่เมืองทราลาร์กอน ประเทศออสเตรเลีย หลัง แอนเดอร์สัน ตกรอบสองของรายการดังกล่าวทั้งๆ ที่ในรอบแรกเจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการแซงชนะคู่แข่ง และผ่านเข้ารอบมาได้
ด้วยผลงานการลงสนามที่ไม่ปกติส่งผลให้เกิดเครื่องหมายคำถามให้กับเจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน ก่อนจะมีการแจ้งไปที่ตำรวจ และจากนั้น แอนเดอร์สัน ก็ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนทันทีที่หน้าสนาม

ก่อนที่สุดท้าย แอนเดอร์สัน จะสารภาพกับตำรวจว่า เขาจงใจที่จะแพ้การแข่งขันจริงหลังจากได้รับการติดต่อมาจากกลุ่มคนปริศนา“ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมได้รับการติดต่อ ผมตัดสินใจว่ามันทำได้ ผมก็เลยทำ แล้วพอผมเดินออกจากสนาม ผมก็เจอปัญหาใหญ่เลย”
นอกจากนั้นผู้เล่นชาวออสเตรเลีย ยังระบุว่า สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เนื่องจากเจ้าตัวต้องการเงิน เพราะหลังจากที่กลับมาแข่งขันได้ไม่นาน เขาได้รับบาดเจ็บที่หลังจนต้องเข้าผ่าตัดก่อนจะขาดรายได้ไปหลายเดือน
ภาพวิดีโอการแข่งขันจากภายนอกเป็นหลักฐานที่ชัดเจน การเสิร์ฟลูกที่สองที่ไกล และผิดกติกา ตามมาด้วยการที่แอนเดอร์สัน ซึ่งอยู่อันดับที่ 704 ของโลก ตีลูกกลับลงตาข่ายอย่างง่ายดาย
แอนเดอร์สัน กล่าวว่าเขาไม่รู้ว่าตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสได้อย่างไรแต่สถานีโทรทัศน์ออสเตรเลีย รายงานว่า บริษัทรับพนันภายนอกแห่งหนึ่งเกิดความสงสัยเมื่อนักพนันคนหนึ่งพยายามวางเดิมพัน 10,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (5,000 ปอนด์) ว่าลอมเบจะชนะในเกมแรก
“สิ่งที่ผมคิดได้คือ นี่มันบ้าไปแล้ว และมีแค่ผมคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นผมก็ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบพบ ผมรู้ว่าผมทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง” แอนเดอร์สัน ระบุ