คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ ถือเป็นดาวยิงที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดช่วงหนึ่งของวงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ เขาโดดเด่นอย่างมากด้วยสัญชาตญาณกองหน้าที่เฉียบคม และโด่งดังขึ้นมาในฐานะนักเตะที่ยิงประตูเป็นว่าเล่น
คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1983 ที่เมืองดิร์คส์ฮอร์น ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาเติบโตในครอบครัวธรรมดาที่ให้ความสำคัญกับกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับสโมสรสมัครเล่นในท้องถิ่น และเข้าสู่อะคาเดมีของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ในวัยเด็ก ทว่าเส้นทางกับพีเอสวีกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คาด เขาไม่ได้รับโอกาสมากนัก และต้องย้ายไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับสโมสรเล็ก ๆ อย่าง เอฟซี เดน บอช และ อาเคอรัน ก่อนจะเริ่มแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาย้ายไปอยู่กับ เอสซี ฮีเรนวีน ในปี ค.ศ. 2004 ที่นั่น ฮุนเตลาร์ระเบิดฟอร์มการถล่มประตูอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่อันตรายที่สุดของเอเรดิวิซี ด้วยสไตล์การเล่นที่เรียบง่ายแต่ได้ผล เขาอ่านเกมได้ดี เคลื่อนที่หาช่องเก่ง และมีการยิงที่เฉียบขาดทั้งเท้าขวา เท้าซ้าย รวมถึงลูกโหม่ง โดยเล่นกับฮีเรนวีน 2 ฤดูกาล ยิงไป 19 ประตู และ 20 ประตู ฟอร์มอันร้อนแรงทำให้ชื่อของเขาเริ่มถูกพูดถึงในระดับประเทศ และนำไปสู่การย้ายไปยัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในปี ค.ศ. 2006
กับอาแจ็กซ์ ฮุนเตลาร์ก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างเต็มตัว เขากลายเป็นศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีม และตอบแทนความไว้วางใจด้วยประตูเป็นกอบเป็นกำ เขาคว้ารางวัลดาวซัลโวเอเรดิวิซีในฤดูกาล 2005/06 ด้วยจำนวน 24 ประตู และ 2007/08 ยิงไปอีก 36 ประตู รวมถึงรางวัลรองเท้าทองคำยุโรปประจำปี ค.ศ. 2008 จากผลงานการยิงประตูอย่างถล่มทลาย นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการพาอาแจ็กซ์คว้าแชมป์ เคเอ็นวีบี คัพ และดัตช์ ซูเปอร์คัพ ทำชื่อเสียงของเขาในฐานะ “เดอะ ฮันเตอร์” หรือ “นักล่าประตู” เริ่มติดปากแฟนบอลทั่วทวีปยุโรป

ฟอร์มอันโดดเด่นทำให้ฮุนเตลาร์ได้โอกาสก้าวสู่ลีกระดับท็อปของยุโรป เขาย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี ค.ศ. 2009 แม้จะทำประตูได้ในระดับหนึ่ง แต่การแข่งขันที่สูงและการเปลี่ยนแปลงภายในทีมทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสต่อเนื่องมากนัก ก่อนจะย้ายไป เอซี มิลาน ในช่วงครึ่งหลังของปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่อิตาลีก็ยังไม่ใช่บทบาทที่เหมาะสมสำหรับเขา
การย้ายไป ชาลเก้ 04 ในบุนเดสลีกา เยอรมนี ฤดูกาล 2010/11 กลายเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของชีวิตค้าแข้ง ฮุนเตลาร์กลับมาระเบิดฟอร์มอีกครั้งในลีกที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของเขา เขาคว้ารางวัลดาวซัลโวบุนเดสลีกาฤดูกาล 2011/12 ด้วยจำนวน 29 ประตู และยิงรวมกันทุกรายการ 48 ประตู มีส่วนพาชาลเก้คว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล รวมถึงเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฟอร์มการเล่นในเยอรมนียืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาคือหนึ่งในกองหน้าที่ไว้ใจได้มากที่สุดในยุคนั้น
ส่วนในนามทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ฮุนเตลาร์รับใช้ชาติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 2006 ถึง 2015 ลงสนามมากกว่า 70 นัด ยิงได้กว่า 40 ประตู เขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ “อัศวินสีส้ม” ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลายรายการ รวมถึงฟุตบอลโลก 2010 ที่เนเธอร์แลนด์เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และยูโร 2008 กับ 2012 แม้จะต้องแข่งขันกับกองหน้าระดับท็อปหลายราย แต่เขายังคงรักษามาตรฐานการทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ
ปลายอาชีพ ฮุนเตลาร์กลับสู่ อาแจ็กซ์ อีกครั้ง และมีส่วนช่วยทีมทั้งในสนามและในบทบาทผู้นำ ก่อนจะแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2021 พร้อมทิ้งสถิติการยิงประตูในระดับสโมสรเกินกว่า 350 ประตู ตลอดเส้นทางค้าแข้ง เขาคว้าแชมป์ลีกในเนเธอร์แลนด์ แชมป์บอลถ้วยทั้งในฮอลแลนด์และเยอรมนี รวมถึงรางวัลส่วนตัวมากมาย อาทิ ดาวซัลโวลีกและรองเท้าทองคำยุโรป
สำหรับ คลาส-ยาน ฮุนเตลาร์ นี่คือหนึ่งนักศูนย์หน้าที่เฉียบคมที่สุดในวงการฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ สัญชาตญาณการล่าประตูของเขาอันตรายเสมอไม่ว่าจะอยู่กับทีมใด ด้วยจำนวนประตูที่ทิ้งในโลกฟุตบอล ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในศูนย์หน้าที่อันตรายที่สุดของยุคสมัยอย่างไม่ต้องสงสัย