จากการตกรอบเพลย์ออฟ รอบคัดเลืกฟุตบอลโลก 2026 ของทีมชาติอิตาลี หนึ่งในคนที่ออกมารับผิดชอบกับความผิดหวังในครั้งนี้ คือ จานลุยจิ บุฟฟอน ตำนานผู้รักษาประตู ที่เข้ามาทำงานกับทัพอัซซูรีในตำแหน่งตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนทีมชาติอิตาลี
“ผมจะเก็บทุกอย่างไว้ในหัวใจด้วยความรู้สึกขอบคุณ สำหรับโอกาสและบทเรียนที่ได้รับ แม้ว่ามันจะเป็นบทสรุปที่เจ็บปวดก็ตาม” คือ ข้อความทิ้งทายที่ บุฟฟอน กล่าวเอาไว้ท่ามกลางความผิดหวังและเจ็บปวดหลังไม่สามารถพาอิตาลีไปถึงฝันได้
แม้ว่าการทำงานในตำแหน่งนี้ของ บุฟฟอน อาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ครั้งหนึ่ง เขา คือ คนที่เคยสร้างความสุขให้กับแฟนบอลอิตาลีด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ เมื่อปี 2006
บุฟฟอน เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม ปี 1978 ที่เมืองคาร์รารา ประเทศอิตาลี ในครอบครัวที่มีสายเลือดนักกีฬาเต็มเปี่ยม เพราะพ่อกับแม่ของเขาเคยเป็นนักกรีฑามาก่อน
ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา ทำให้บุฟฟอนชื่นชอบการเล่นกีฬาและเลือกเริ่มต้นเส้นทางกับฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอิตาลี
โดยเจ้าตัวเติบโตมากับทีมเยาวชนของสโมสรปาร์ม่า และถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของทัพจัลโลบลูตั้งแต่อายุแค่ 17 ปีเท่านั้น

ซึ่งเกมนัดแรกที่ บุฟฟอน ได้ลงเฝ้าเสานั้นเป็นการเจอกับทีมใหญ่อย่าง เอซี มิลาน เมื่อปี 1995 และแม้ว่าจะยังเป็นดาวรุ่ง เขาก็ไม่ได้หวั่นไหวและโชว์ฟอร์มเซฟแบบที่ทุกคนมองเห็นได้เลยว่า นี่ล่ะ ว่าที่นายด่านที่เก่งที่สุดในโลกคนต่อไป
โดยความสำเร็จที่สำคัญ ๆ ของเขากับ ปาร์ม่า คือ การคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย และแชมป์ ยูฟ่า คัพ อย่างละ 1 สมัย
หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิตาลี อย่าง ยูเวนตุสด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกของตำแหน่งผู้รักษาประตูในเวลานั้น
และกับสโมสรแห่งนี้นี่ล่ะ คือ ช่วงที่เป็นยุคทองของบุฟฟอน เพราะเขาสามารถคว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี กับสโมสรแห่งนี้ไปมากกว่า 10 สมัย และยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย
แต่จุดพีคที่น่าจะเป็นความภูมิใจมากที่สุดในเส้นทางการค้าแข้งของเขา คือ การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติอิตาลี เมื่อปี 2006 ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้นเขาเสียไปแค่ 2 ประตูเท่านั้น ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นการโดนยิงจากลูกจุดโทษด้วย
หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นกับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมในลีกเอิง ฝรั่งเศสในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะกลับมาอยู่กับยูเวนตุส และสุดท้ายย้ายกลับไปเล่นกับปาร์ม่าสโมสรแรกของตัวเอง และแขวนถุงมือกับสโมสรแห่งนี้ เมื่อปี 2023
เส้นทางของบุฟฟอนในการเป็นผู้รักษาประตูนั้นไม่ได้แสดงให้เห็นถึงแค่ความสามารถในการป้องกันประตูเท่านั้น แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงการยืนระยะหลังเล่นในเวทีระดับสูงมายาวนานกว่า 25 ปีเลยทีเดียว