ชอน เมอร์ฟี – พลิกชนะ จอห์น ฮิกกินส์ ทะลุเข้าชิงสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2026

ชอน เมอร์ฟี นักสอยคิวจอมเก๋าชาวอังกฤษ โชว์ฟอร์มสุดยอด พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 13-15 เฟรม กลับมาเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ 17-15 เฟรม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก “ฮาโล เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026” ได้สำเร็จ พร้อมเดินหน้าสานฝันคว้าแชมป์โลกสมัยที่สอง ที่ สังเวียนครูซิเบิล เธียเตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ

การแข่งขันรอบรองชนะเลิศแมตช์นี้เต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงเซสชั่นสุดท้ายที่เมอร์ฟีระเบิดฟอร์มได้อย่างร้อนแรง กดไปถึง 3 เซ็นจูรีเบรก จนฮิกกินส์ถึงกับเอ่ยปากยอมรับหลังเกมว่า คู่แข่งของเขา “เล่นได้ราวกับพระเจ้า” ในช่วงเวลาตัดสินของเกม

ฮิกกินส์ อดีตแชมป์โลก 4 สมัย วัย 50 ปี ซึ่งมีโอกาสสร้างสถิติเป็นผู้เข้าชิงรายการทริปเปิลคราวน์ที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เริ่มต้นได้ดีด้วยการขึ้นนำ 13-11 เฟรม แต่เมอร์ฟีใช้เวลาเพียง 28 นาที ไล่ตีเสมอ 13-13 จากการทำเบรก 132 และ 127 แต้ม ส่งผลให้เขาทำเซ็นจูรีในรายการนี้รวม 9 ครั้ง และยอดรวมตลอดอาชีพขยับเป็น 777 ครั้ง เทียบเท่ากับตำนานอย่าง สตีเฟน เฮนดรี

หลังจากนั้นเกมยังคงผลัดกันได้เปรียบ โดยฮิกกินส์เก็บเฟรมที่ 27 ก่อนจะมานำ 15-13 ในช่วงพัก เมื่อเขาทำเบรก 88 แต้มได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม เมอร์ฟีไม่ยอมแพ้ ไล่คืนด้วยเซ็นจูรีเบรก 105 แต้มในเฟรมถัดมา และตามตีเสมอ 15-15 จากการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในเกมเซฟตี้ของฮิกกินส์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเฟรมที่ 31 เมื่อฮิกกินส์พลาดลูกแดงสำคัญ เปิดโอกาสให้เมอร์ฟีขึ้นนำ 16-15 และในเฟรมที่ 32 ฮิกกินส์มีโอกาสทองในการตีเสมอ หลังทำไปแล้ว 50 แต้ม แต่กลับพลาดลูกดำระยะใกล้แบบไม่น่าเชื่อ ทำให้เมอร์ฟีฉวยโอกาสเก็บเฟรมตัดสิน ปิดแมตช์เอาชนะไปอย่างสุดมันส์ 17-15 เฟรม

ชอน เมอร์ฟี - พลิกชนะ จอห์น ฮิกกินส์ ทะลุเข้าชิงสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2026

ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้เมอร์ฟีผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปพบผู้ชนะระหว่าง มาร์ค อัลเลน หรือ อู๋ อี้เจ๋อ โดยจะดวลกันในระบบ 35 เฟรม ระหว่างวันอาทิตย์และวันจันทร์

ย้อนกลับไปในปี 2005 เมอร์ฟีเคยสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์โลกครั้งแรกด้วยวัยเพียง 22 ปี จากการเอาชนะ แมทธิว สตีเวนส์ 18-16 เฟรม ทำให้เขาเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาอกหักในรอบชิงถึง 3 ครั้ง โดยแพ้ให้กับ จอห์น ฮิกกินส์ ในปี 2009, สจ๊วร์ต บิงแฮม ในปี 2015 และ มาร์ค เซลบี ในปี 2021

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมอร์ฟีเคยประสบปัญหาฟอร์มตกจนถึงขั้นตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะสามารถกลับมาคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้อีกหรือไม่ แต่การคว้าแชมป์ “เดอะ มาสเตอร์ส” เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ช่วยเรียกความมั่นใจของเขากลับมาอีกครั้ง และในวัย 43 ปี เขากำลังมีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในสุดยอดนักสนุกเกอร์ตลอดกาล ด้วยการคว้าแชมป์โลกมากกว่าหนึ่งสมัย

ปัจจุบัน เมอร์ฟีรั้งอันดับ 8 ของโลก แต่หากสามารถคว้าแชมป์พร้อมเงินรางวัล 500,000 ปอนด์ เขามีโอกาสขยับขึ้นไปถึงอันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ นี่ถือเป็นการผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรายการจัดอันดับครั้งที่ 30 ในอาชีพของเขา โดยก่อนหน้านี้คว้าแชมป์มาแล้ว 13 รายการ

หากเมอร์ฟีสามารถคว้าแชมป์โลกได้ในปีนี้ เขาจะสร้างสถิติใหม่เป็นนักสนุกเกอร์ที่ใช้เวลาห่างระหว่างแชมป์โลกครั้งแรกและครั้งที่สองนานที่สุดถึง 21 ปี ทำลายสถิติเดิมของฮิกกินส์ ที่เคยเว้นช่วง 9 ปี ระหว่างแชมป์ในปี 1998 และ 2007

สำหรับสถิติแชมป์โลกหลายสมัยที่ครูซิเบิล ปัจจุบันมีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ทำได้ ได้แก่ รอนนี โอซัลลิแวน และ สตีเฟน เฮนดรี (7 สมัย), สตีฟ เดวิส (6 สมัย), จอห์น ฮิกกินส์ และ มาร์ค เซลบี (4 สมัย) และ มาร์ค วิลเลียมส์ (3 สมัย) ซึ่งเมอร์ฟีกำลังมีโอกาสก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มตำนานเหล่านี้ หากเขาสามารถคว้าแชมป์ในปีนี้ได้สำเร็จ