ซาซา คาไลชิช – กองหน้าร่างโย่ง ผู้ส่งออสเตรีย เข้ารอบน็อกเอาต์บอลโลก

ทีมชาติออสเตรีย เพิ่งเจอกับเหตุการณ์สุดระทึกในเกมฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ที่พวกเขาเจอกับ แอลจีเรีย

โดยในเกมนี้ แอลจีเรีย ได้ประตูออกนำ 3-2 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาที 90+3 และหากจบด้วยสกอร์ดังกล่าว ออสเตรีย จะต้องตกรอบ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ ซาซา คาไลซิช ดาวยิงเจ้าของส่วนสูงกว่า 2 เมตร ที่โขกประตูตีเสมอ ในนาที 90+6

ซาซา คาไลชิช เกิดเมื่อวันที่ 7 ก.ค. ปี 1997 ที่เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในครอบครัวเชื้อสายเซอร์เบีย โดยเริ่มแรกนั้นเขาเล่นฟุตบอลในตำแหน่งกองกลาง ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะหันมาเอาดีในตำแหน่งศูนย์หน้า โดยจุดเด่นของเขาคือเรื่องรูปร่างที่สูงใหญ่

ซาซา เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับหลายสโมสรในท้องถิ่น ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะอยู่กับทางสโมสร SR Donaufeld Wien ซึ่งกลายมาเป็นทีมแรกในการค้าแข้งอาชีพของเขาด้วย

แม้จะเป็นลีกอาชีพ แต่การเล่นของ ซาซา กับสโมสรแห่งนี้ก็เป็นการไต่เต้าจากระดับล่าง เพราะสโสมรแห่งนี้อยู่ในลีกระดับ 3 ของประเทศออสเตรีย

แต่แน่นอนว่าศักยภาพของเขาที่โดดเด่นเกินกว่าจะเล่นในลีกล่าง ทำให้สุดท้ายแล้วเขาได้ย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่ในประเทศอย่าง แอดมิรา เวกกา เมื่อปี 2016 ซึ่งสโมสรแห่งนี้ คือ ที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เพราะเขาได้ย้ายจากตำแหน่งกองกลางมาเป็นกองหน้าในช่วงเวลานั้น

ซาซา คาไลชิช - กองหน้าร่างโย่ง ผู้ส่งออสเตรีย เข้ารอบน็อกเอาต์บอลโลก

และหลังจากปรับตำแหน่งแล้ว เขาฉายแววได้ดีกว่าการเล่นเป็นมิดฟิลด์และช่วยทีมได้ทั้งการยิงประตูและเก็บบอล จนสุดท้ายก็ได้โอกาสย้ายไปเล่นในเยอรมนีกับสโมสรสตุ๊ตการ์ต เมื่อปี 2019

แต่ช่วงแรกของเขาในเยอรมันนั้นเรียกได้ว่าต้องเจอกับมรสุมครั้งใหญ่จากอาการบาดเจ็บ แต่หลังจากที่เขาหายดี เขาก็กลับมาโชว์ฟอร์มเด่น จนยิงไป 16 ประตูในบุนเดสลีกา และกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ถูกจับตามองมากที่สุดของเยอรมนี ประจำฤดูกาล 2020-21

จากผลงานที่โดดเด่นในเยอรมนี ทำให้เขาถูก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ดึงตัวมาร่วมทีม เมื่อปี 2022

แต่เขาก็ต้องเจอกับความโชคร้ายอีกครั้งเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้มีช่วงที่เขาถูกปล่อยตัวให้ ไอน์ทรัก แฟรงก์เฟิร์ต และ แอลเอเอสเค ยืมไปใช้งาน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับเส้นทางระดับสโมสร แต่กับทีมชาตินั้น เรียกได้ว่า ซาซา เป็นส่วนหนึ่งของออสเตรียชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี 2020 และเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่พาทีมมาเล่นฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย

ก่อนที่ล่าสุดเขาจะกลายเป็นฮีโร่คนสำคัญที่ช่วยให้ออสเตรียยังได้อยู่ในเส้นทางของรอบน็อกเอาต์ ศึกเวิลด์ คัพ ครั้งนี้