ยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสมือ 1 ของโลกจากอิตาลี ยังต้องรอคอยการคว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ต่อไปอีก ล่าสุดเจ้าตัวพลิกล็อกพ่ายต่อ ฮวน มานูเอล เซรุนโดโล มือ 56 โลกจากอาร์เจนตินา ทำให้จอดป้ายแค่รอบสองเท่านั้น
เดิมที ซินเนอร์ ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งของเฟรนช์ โอเพ่น ปีนี้ เนื่องจากเจ้าตัวกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มไร้เทียมทาน แถมคู่ปรับสำคัญอย่าง การ์ลอส อัลการาซ แชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนจากสเปน ก็บาดเจ็บไม่ได้แข่งขันด้วย
ในแมตช์ชายเดี่ยว รอบสอง ซินเนอร์ ชนะไปก่อนใน 2 เซ็ตแรก และเซ็ตที่สามก็ขึ้นแท่นด้วยการนำ 5-1 แต่หลังจากนั้น ซินเนอร์ ก็ดูอ่อนแรงและสีหน้าไม่ดีแบบเห็นได้ชัด อาการหนักถึงขั้นโดนแซงชนะไปในเซ็ตนี้
จากนั้นอีก 2 เซ็ตที่เหลือ ซินเนอร์ ก็ไม่สามารถฮึดกลับมาสู่ฟอร์มเดิมได้เลย ทำให้แพ้แบบหมดรูปทั้งหมด จบการแข่งขันซินเนอร์พ่ายไป 2-3 เซ็ต 6-3, 6-2, 5-7, 1-6, 1-6 ตกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังการแข่งขัน ซินเนอร์ เปิดใจหลังตกรอบว่า “ผมรู้สึกลำบาก และเวียนหัวมาก พลังงานเหลือน้อยมาก ผมรู้สึกไม่ค่อยดีตั้งแต่ตื่นมาตอนเช้าแล้ว ผมพยายามเล่นแต่ละแต้มให้จบในเวลาสั้นๆ ซึ่งตอนแรกผมตีได้ดีมาก แต่หลังจากนั้นก็เหมือนตัวเองชนใส่กำแพง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น”

ส่วน เซรุนโดโล เผยความรู้สึกว่า “ผมดีใจมากกับผลการแข่งขัน ผมเกือบจะแพ้แล้ว แต่ผมยังคงมีสติ (แข็งแกร่ง) ตลอดทั้งแมตช์ ผมเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ตราบเท่าที่จำเป็น ผมโชคดีที่เขาเป็นตะคริว และระดับการเล่นของเขาตกลง
“ผมมีสมาธิกับการแข่งขัน พยายามทำอย่างดีที่สุดในทุกๆ ลูก ผมดีใจมากกับชัยชนะครั้งนี้”
ซินเนอร์ เคยมีปัญหาเป็นตะคริวหนักในการแข่งขันแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพ่น” เมื่อต้นปี ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียส
ก่อนหน้านี้ 1 วัน ยาคุบ เมนซิก ดาวรุ่งเช็กวัย 20 ปี ก็ล้มฟุบไปนอนกับพื้นและลุกไม่ขึ้นหลังเก็บชัยชนะได้ สุดท้ายต้องนั่งวีลแชร์ออกจากสนาม โดยนักหวดหลายคนบ่นเรื่องสภาพอากาศร้อนจัดจนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
ทั้งนี้ ซินเนอร์ วัย 24 ปี กำลังลุ้นเป็นนักเทนนิสอีกรายที่ได้สัมผัสแชมป์แกรนด์สแลมครบทั้ง 4 รายการในอาชีพ โดยตอนนี้เจ้าตัวเหลือ เฟรนช์ โอเพ่น ที่ยังไม่เคยคว้ามาครองได้แค่รายการเดียวเท่านั้น