ดิวอก โอริกี – ชายผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาเทพ ผู้เคยเสกความสำเร็จให้หงส์แดง

เรียกว่าเป็นข่าวที่ทำให้หลายคนประหลาดใจเลยทีเดียว เมื่อ ดิวอก โอริกี กองหน้าชาวเบลเยียม ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อยแล้ว ในวัยแค่ 31 ปีเท่านั้น

โดยก่อนหน้านี้ โอริกี เคยโด่งดังสมัยที่เขาเล่นกับลิเวอร์พูล เพราะมักจะลงมาทำประตูสำคัญ ๆ ให้ทีมหงส์แดงเสมอ หรือบางครั้งแค่ลุกมาวอร์มทีมก็ได้ประตูแล้ว ทำเอาแฟน ๆ ไปแซวกันว่านี่มันพลังของมหาเทพชัด ๆ

โอริกี เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายน ปี 1995 ที่ออสเทนด์ ประเทศเบลเยียม โดยเขาเติบโตมาด้วยการที่มีคุณพ่อที่เคยเป็นนักฟุตบอลและเล่นในลีกของประเทศเบลเยียม

โอริกี เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของ เกงก์ สโมสรดังในเบลเยียม ตั้งแต่อายุแค่ 6 ขวบ ก่อนที่เขาจะถูก ลีลล์ สโมสรใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส ดึงตัวไปปั้นต่อกับทีมเยาวชนของพวกเขา เมื่อปี 2010 ซึ่งตอนนั้นเขาปฏิเสธข้อเสนอจากทีมดังแห่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อย้ายไปเล่นที่ฝรั่งเศสด้วย

หลังจากนั้นเขาค่อย ๆ พัฒนาฝีเท้า จนสามารถก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ลีลล์ ได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนจริง ๆ ในเส้นทางการค้าแข้งของเขา คือ การที่เขามีชื่อไปเล่นฟุตบอลโลก เมื่อปี 2014 ด้วยวัยแค่ 19 ปี กับทีมชาติเบลเยียม ก่อนจะยิงประตูได้ในเกมที่เจอกับรัสเซีย และทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของเบลเยียมที่ยิงประตูให้ทีมชาติได้ในเวลานั้น

จากผลงานดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ทีมดังจากพรีเมียร์ ลีก จัดการเซ็นสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทัพ ก่อนจะปล่อยให้สังกัดเดิมอย่าง ลีลล์ ยืมตัวใช้งานไปก่อน

ดิวอก โอริกี - ชายผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาเทพ ผู้เคยเสกความสำเร็จให้หงส์แดง

หลังจาก 1 ฤดูกาลผ่านไป เขากลับมาอยู่กับลิเวอร์พูล และแม้ว่าจะยังไม่ค่อยได้รับโอกาสมากเท่าไร แต่ก็เริ่มฉายแววให้เห็นถึงการเป็นซูเปอร์ซัพ ในการลงมาทำประตูให้ทีมในฐานะตัวสำรองบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามเพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น ลิเวอร์พูล ปล่อยเขาให้ โวล์ฟสบวร์ก สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี ยืมตัวไปใช้งาน ในช่วงฤดูกาล 2017-18

จากนั้นในฤดูกาล 2018-19 เขากลับมาเป็นสมาชิกของถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้ง ก่อนที่มันจะกลายเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขากับทีมดังจากเมอร์ซีไซด์

โดยเหตุการณ์ที่หลายคนน่าจะไม่มีวันลืมเกี่ยวกับเขา คงหนีไม่พ้นการทำ 2 ประตู ใส่บาร์เซโลนา และช่วยให้หงส์แดง พลิกกลับมาชนะ 4-0 หลังจากแพ้มาก่อน 0-3 ในเลกแรก หลังจากนั้นเขายังซัดประตูในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่เจอกับสเปอร์ และส่งให้หงส์แดงกลายเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ

โอริกี ค้าแข้งกับลิเวอร์พูลรวมแล้วถึง 8 ปี และคว้าแชมป์มากมายทั้ง ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, พรีเมียร์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, แชมป์สโมสรโลก

และหลังจากหมดสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์ เขาย้ายไปเล่นให้กับ เอซี มิลาน และมีช่วงที่ถูกน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยืมตัวมาใช้งาน ก่อนที่ล่าสุดเขาจะประกาศแขวนสตั๊ดเรียบร้อยแล้ว

โอริกี อาจดูเหมือนเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมาย แต่เขามักจะมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่ทีมต้องการความแตกต่าง และทำให้เขาน่าจะเป็นนักเตะอีกคนที่แฟนบอลทั่วโลกไม่มีวันลืม