ตบสาวไทย รุ่น 18 ปี – โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมทุบ อินโดนีเซีย เก็บชัย 3 นัดรวดไม่เสียเซ็ต

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเยาวชนชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี รายการ “ปริ๊นเซส คัพ เอสโคล่า” ครั้งที่ 23 ที่เทอร์มินอล ฮอลล์ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยไฮไลต์อยู่ที่กลุ่ม A ซึ่งทีมนักตบสาวทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ลงสนามพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย เพื่อลุ้นตำแหน่งแชมป์กลุ่ม หลังจากทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะมาได้ในสองนัดแรก

เกมนี้แม้ไทยจะต้องเจอกับการต่อสู้อย่างเหนียวแน่นจากอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในเซตแรกและเซตที่สามที่ต้องลุ้นกันถึงแต้มดิวซ์ แต่ลูกทีมของทีมงานผู้ฝึกสอนยังคงแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและคุณภาพในการเล่นที่เหนือกว่า ก่อนจะปิดเกมเอาชนะไปได้ 3-0 เซต ด้วยคะแนน 27-25, 25-18 และ 26-24

ชัยชนะนัดนี้ส่งให้ทีมสาวไทยจบรอบแรกด้วยผลงานสุดสมบูรณ์ ชนะรวดทั้ง 3 นัด เก็บได้ 9 คะแนนเต็ม และที่สำคัญคือไม่เสียแม้แต่เซตเดียวตลอดรอบแบ่งกลุ่ม คว้าแชมป์กลุ่ม A ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่มได้อย่างสมศักดิ์ศรี

ในรอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทยจะโคจรไปพบกับทีมชาติฟิลิปปินส์ รองแชมป์กลุ่ม B โดยโปรแกรมแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 19.00 น. ซึ่งแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ผ่านแอปพลิเคชัน True Visions NOW โดยเกมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของสาวไทยในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์รายการนี้

ตบสาวไทย รุ่น 18 ปี - โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมทุบ อินโดนีเซีย เก็บชัย 3 นัดรวดไม่เสียเซ็ต

ขณะที่ผลการแข่งขันอีกคู่ของกลุ่ม A ฮ่องกง พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะออสเตรเลีย 3-1 เซต ด้วยคะแนน 16-25, 25-16, 26-24 และ 25-11 ส่งผลให้ฮ่องกงจบอันดับ 3 ของกลุ่ม ส่วนออสเตรเลียรั้งอันดับสุดท้าย โดยทั้งสองทีมต้องไปแข่งขันในรอบจัดอันดับ 5-8 ต่อไป ซึ่งออสเตรเลียมีโปรแกรมพบกับคีร์กีซสถาน วันที่ 27 มิถุนายน เวลา 13.00 น.

ด้านสถานการณ์ในกลุ่ม B ทีมชาติเวียดนามยังคงโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งสมราคาเต็งแชมป์อีกทีม หลังไล่ตบเอาชนะมาเลเซียแบบขาดลอย 3-0 เซต ด้วยคะแนน 25-9, 25-15 และ 25-12 คว้าแชมป์กลุ่ม B พร้อมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปพบกับอินโดนีเซีย รองแชมป์กลุ่ม A ในวันที่ 27 มิถุนายน เวลา 16.00 น.

ส่วนฟิลิปปินส์ลงเล่นนัดสุดท้ายพบกับคีร์กีซสถาน และไม่พลาดเก็บชัยชนะ 3-0 เซต ด้วยคะแนน 25-12, 25-18 และ 25-13 ส่งผลให้คว้ารองแชมป์กลุ่ม B พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในฐานะคู่แข่งของทีมชาติไทย

จากผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม ทีมชาติไทยถือเป็นหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดของการแข่งขัน ด้วยการชนะรวดทั้งสามนัด ไม่เสียแม้แต่เซตเดียว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักตบสาวรุ่นใหม่ที่มีทั้งเกมรุกอันเฉียบคม เกมรับที่เหนียวแน่น และความมั่นใจในการเล่นในช่วงเวลาสำคัญ