ฟีฟ่า เตรียมตั้งกรรมการวินัยสอบสวนทีมชาติอาร์เจนตินาจากเหตุการณ์ความวุ่นวายหลังจบเกมฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ กับทีมชาติสเปน
หลังจบเกมฟุตบอลโลก นัดชิงชนะเลิศ ที่สเปนเฉือนเอาชนะอาร์เจนตินา 1-0 โดยทีมกระทิงดุได้ประตูจากโดยได้ประตูชัยจาก เฟร์ราน ตอร์เรส นาที 106 ส่งสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ต่อจากเมื่อปี 2010
อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์หลังจบการแข่งขัน โดยมีการจับภาพได้ว่ามีการกระทบกระทั่งกันหลังจบเกม โดยมี ผู้เล่นอาร์เจนตินา เป็นชนวนเหตุ ไม่ว่าจะเป็น เลอันโดร ปาเรเดส และ ติอาโก อัลมาดา ที่เข้าไปจับ กาบี กองกลางของ สเปน ทุ่มลงกับพื้น
นอกจากนี้ในรายของ ปาเรเดส ยังมีเหตุการณ์บีบคอ เอริค การ์เซีย ส่วน นาเวล โมลีนา ก็ตกเป็นข่าวพยายามปล่อยหมัดใส่ โรดรี ในช่วงที่วิ่งฉลองชัยด้วย

ล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมเข้ามาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
“หลังจากการประเมินรายงานการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ระหว่าง สเปน และ อาร์เจนตินา คณะกรรมการวินัยของ ฟีฟ่า ได้แต่งตั้งอัยการฝ่ายวินัยและจริยธรรมเพื่อสอบสวนการละเมิดกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น และจะมีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทราบต่อไป”
และหากทีมชาติอาร์เจนตินาถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงตามมาตรา 14 ของประมวลกฎระเบียบวินัยฟีฟ่า ผู้เล่นที่กระทำความผิดเรื่องการใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายคู่กรณี จะต้องโดนบทลงโทษสั่งแบนอย่างน้อย 3 นัดทันทีในการแข่งขันระดับชาติ พร้อมปรับเงินก้อนโต
นอกจากนี้ทัพอาร์เจนตินา ยังมีประเด็นที่ฟีฟ่า ตั้งสอบสวนอยู่ก่อนแล้ว จากกรณีที่แข้งฟ้าขาวชูป้ายข้อความการเมือง “Las Malvinas son Argentinas” (หมู่เกาะฟอล์กแลนด์เป็นของอาร์เจนตินา) หลังเกมเอาชนะ อังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งถือเป็นประเด็นพิพาททางดินแดนที่ละเอียดอ่อนอีกด้วย