ยูโตะ นากาโตโมะ – แข้งซามูไรผู้สร้างตำนานฟุตบอลโลก 5 สมัย

ทีมชาติญี่ปุ่น เพิ่งตีตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังจากเสมอกับ สวีเดน 1-1 ในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม

โดยเกมดังกล่าวได้มีอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าจดจำของแฟนบอลซามูไรบลู คือ การที่ ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือทีมชาติญี่ปุ่นส่ง ยูโตะ นากาโตโมะ กองหลังตัวเก๋าจากเอฟซี โตเกียว ลงสนาม ในนาทีที่ 75

และจากการลงเล่นในเกมนี้ ทำให้แข้งจอมเก๋าวัย 39 ปีรายนี้ สร้างตำนานเป็นนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นและนักเตะชาวเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามในการแข่งขันในฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย และได้รับเครื่องหมายเลกาซี่ติดไว้ที่แขนเสื้อด้วย

สำหรับ ยูโตะ นากาโตโมะ เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ปี 1986 ที่เมืองเอฮิเมะ ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยโดยเริ่มต้นจากการเล่นฟุตบอลในทีมโรงเรียนไปจนถึงทีมของมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะกลายเป็นนักเตะอาชีพที่ได้ลงเล่นในเจ ลีก ครั้งแรก กับสโมสรเอฟซีโตเกียว เมื่อปี 2007

นากาโตโมะ เล่นในตำแหน่งฟูลแบ๊กซึ่งจุดเด่นของเขา คือ คุณสมบัติที่โค้ชทุกคนต้องการจากผู้เล่นตำแหน่งนี้ คือ ความเร็ว, ความฟิต, วินัยในเกม และนั่นทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงของเอฟซี โตเกียว ได้อย่างรวดเร็ว

หลังประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นด้วยการพาทีม เอฟซี โตเกียว คว้าแชมป์ เจ ลีก คัพ มาครองได้สำเร็จ 1 สมัย เขาได้กลายเป็นนักเตะญี่ปุ่นในยุคแรก ๆ ที่ได้รับโอกาสย้ายไปเล่นในทวีปยุโรป เมื่อ เชเซนา สโมสรในอิตาลีคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ เมื่อปี 2010 ด้วยสัญญายืมตัว หลังจากที่พวกเขาเพิ่งจะเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของอิตาลีได้สำเร็จในเวลานั้น

ยูโตะ นากาโตโมะ - แข้งซามูไรผู้สร้างตำนานฟุตบอลโลก 5 สมัย

นากาโตโมะ ไม่ต้องใช้เวลามาก ก็สามารถปรับตัวเข้ากับการค้าแข้งในอิตาลีได้ทัน และสร้างผลงานยอดเยี่ยมกับเชเซนา พร้อมกับเริ่มเป็นตัวหลักของทีมชาติญี่ปุ่น

ทำให้ฤดูกาลต่อมากลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งเซเรีย อา ที่คว้าตัวเขาไปร่วมทัพแบบยืมตัว โดยส่ง ดาวิเด ซานตอน ไปให้ทางเชเซนาใช้งานแทน

นากาโตโมะกลายเป็นนักเตะจากเอเชียตะวันออกคนแรกที่ได้เล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน และค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้อยู่หลายปี หลังถูกคว้าตัวมาร่วมทัพแบบถาวร และมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย เมื่อฤดูกาล 2010-11

หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นในตุรกีกับกาลาตาซาราย และคว้าแชมป์มากมายกับสโมสรนี้ ทั้งแชมป์ลีกสองสมัย, แชมป์เตอร์กิช คัพ และ ซูเปอร์ คัพ อีกอย่างละสมัย

จากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสในช่วงสั้น ๆ กับ โอลิมปิก มาร์กเซย ก่อนจะย้ายกลับมาเล่นให้เอฟซี โตเกียวจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเส้นทางกับทีมชาตินั้น เขารับใช้ทัพซามูไรมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2008 และตอนนี้เขาได้กลายเป็นตำนานของชาติอย่างสมบูรณ์แบบด้วยการเป็นนักเตะคนแรกของญี่ปุ่นที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย