รัฐมนตรีกีฬาของยูเครน วิจารณ์ จานนี อินฟานติโน หลังประธานฟีฟ่า เปิดเผยว่ากำลังพิจารณายกเลิกคำสั่งแบนทีมชาติและสโมสรรัสเซียจากระดับนานาชาติ
ก่อนหน้านี้ จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่ รัสเซีย ถูกแบนจากการแข่งฟุตบอลในระดับนานาชาติ โดยไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2022, ยูโร 2024 รวมถึงศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะถึงนี้ด้วย จากกรณีเปิดฉากทำสงครามกับยูเครน ตั้งแต่ปี 2022
โดย อินฟานติโน ระบุว่า “การแบนนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร มันแค่สร้างความหงุดหงิด ความเกลียดชัง และความแตกแยกมากขึ้น การเปิดโอกาสให้เด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจากรัสเซียได้เล่นฟุตบอลในยุโรป อาจเป็นส่วนหนึ่งของทางออก”
อย่างไรก็ตามบทสัมภาษณ์ของ อินฟานติโน สร้างความไม่พอใจให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะจากฝั่งของยูเครน ซึ่งทำให้ มัตวี บิดนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของยูเครน ออกให้วิจารณ์ประธานฟีฟ่าแบบดุเดือด
“คำพูดของ จานนี อินฟานติโน ฟังดูไร้ความรับผิดชอบ และถ้าจะพูดตรงๆ ก็คือสิ้นคิด เขาพยายามแยกฟุตบอลออกจากความจริง ทั้งที่ในความเป็นจริง เด็กๆกำลังถูกสังหารจากสงคราม”
“ตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกราน มีนักกีฬาและโค้ชยูเครนเสียชีวิตแล้วมากกว่า 650 คน ในนั้นเป็นนักฟุตบอลมากกว่าหนึ่งร้อยคน สงครามคืออาชญากรรม ไม่ใช่เรื่องการเมือง และเป็นรัสเซียเองที่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างข้ออ้างให้กับการรุกราน”

“ตราบใดที่ชาวยูเครนยังถูกฆ่า และกีฬายังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ธงชาติและสัญลักษณ์ของรัสเซียไม่ควรมีที่ยืนในเวทีที่ยึดถือคุณค่าอย่างความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ และแฟร์เพลย์”
นอกจากนี้ยังมี เซอร์ฮี พัลคิน ผู้บริหารของสโฒสร ชัคตาร์ โดเนตส์ค ดีกรีแชมป์ฟุตบอลลีกยูเครน 15 สมัย ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน โดยระบุว่า
“คำพูดของอินฟานติโนสะท้อนให้เห็นถึงการตัดขาดจากความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง มันคือความพยายามที่จะทำเหมือนว่าสงครามและการรุกรานไม่เคยเกิดขึ้น ฟุตบอลไม่สามารถดำรงอยู่โดยไม่สนใจความเป็นจริง และไม่มีสิทธิ์หลับตาต่อความชั่วร้าย”
อย่างไรก็ตามจากรายการระบุว่าเพิ่มเติมด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อินฟานติโน พูดถึงแนวคิดเรื่องการยกเลิกการแบนฟุตบอลรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่ในตอนนั้นได้รับแรงกดดันจากชาติตะวันตกให้แนวคิดดังกล่าวค่อยๆหายไป
ขณะเดียวกันเคยมีภาพที่ อินฟานติโน เคยได้รับเหรียญ Order of Friendship จากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน หลังรัสเซียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 ด้วย
และแม้จะถูกแบนจากฟีฟ่าและยูฟ่า รัสเซียยังคงลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับบางชาติที่อยู่นอกโลกตะวันตก ขณะที่ยูเครนยืนยันจุดยืนเดิมว่า จะต่อต้านการกลับคืนสู่เวทีฟุตบอลนานาชาติของรัสเซียอย่างถึงที่สุด