ร็อบบี คีน – ตำนานดาวยิงทีมชาติไอร์แลนด์ ที่สร้างผลงานอันน่าจดจำไว้ในพรีเมียร์ ลีก

ร็อบบี คีน ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไอร์แลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าที่แฟนฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษรู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยความเฉียบคมในการทำประตู และความสามารถในการสร้างสรรค์โอกาส ทำให้เขาฝากผลงานอันยอดเยี่ยมเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ร็อบบี คีน เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ปี 1980 ที่เมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รักฟุตบอล และเริ่มเล่นตั้งแต่ยังเด็กโดยมีแรงบันดาลใจจากฮีโร่ลูกหนังอย่าง พอล แกสคอยน์ และแกรี ลินิเกอร์ ในวัยเพียง 10 ปี เขาเข้าร่วมสโมสรเยาวชน Crumlin United ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ ความสามารถในการจบสกอร์ที่เฉียบขาดและความคล่องตัวเหนือวัยทำให้แมวมองจากอังกฤษให้ความสนใจ และในปี 1996 เขาได้ย้ายไปอยู่กับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรจากอังกฤษ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ

คีนแจ้งเกิดกับวูล์ฟส์ได้อย่างรวดเร็ว เขาเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่โดดเด่นในแชมเปียนชิพ โดยทำประตูได้ถึง 29 ลูกจากการลงสนามเพียง 87 นัดในช่วงปี 1997–1999 ผลงานดังกล่าวทำให้เขาถูกโคเวนทรี ซิตี้ ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงมากในเวลานั้นสำหรับนักเตะอายุเพียง 19 ปี และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อยิงได้ถึง 12 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก ก่อนที่จะย้ายต่อไปเล่นให้กับอินเตอร์ มิลาน ในอิตาลี แต่ชีวิตในเซเรียอาไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก และถูกปล่อยกลับมาที่อังกฤษกับลีดส์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของคีนเกิดขึ้นในปี 2002 เมื่อเขาย้ายมาสู่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สโมสรที่กลายเป็นบ้านหลังที่แท้จริงของเขา ในถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน คีนกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลทันที ด้วยสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และความสามารถในการยิงประตูที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงไกลอันทรงพลัง การเข้าทำอย่างฉลาด หรือการเคลื่อนไหวหาตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม เขามีลีลาการฉลองประตูที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยการตีลังกากลางอากาศที่กลายเป็นภาพจำของแฟนบอลทั่วโลก

ร็อบบี คีน - ตำนานดาวยิงทีมชาติไอร์แลนด์ ที่สร้างผลงานอันน่าจดจำไว้ในพรีเมียร์ ลีก

ในช่วงระหว่างปี 2002 ถึง 2008 คีนลงสนามให้สเปอร์สกว่า 250 นัด ยิงได้มากกว่า 100 ประตู และคว้ารางวัลผู้เล่นแห่งปีของสโมสรหลายสมัย เขาเคยจับคู่แดนหน้ากับเดวิด เบนท์ลีย์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ และเดโฟ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกับเบอร์บาตอฟที่ทั้งคู่กลายเป็นหนึ่งในคู่หูแนวรุกที่อันตรายที่สุดในพรีเมียร์ลีกยุคนั้น ฟอร์มอันโดดเด่นของเขาทำให้ลิเวอร์พูลดึงตัวไปในปี 2008 ด้วยค่าตัวกว่า 20 ล้านปอนด์ แต่ช่วงเวลาที่แอนฟิลด์กลับไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง เขาทำผลงานได้ไม่ดีนักและถูกปล่อยกลับมายังสเปอร์สในเวลาเพียงครึ่งปี

การกลับมาครั้งที่สองของร็อบบี คีนทำให้เขากลับมามีความสุขอีกครั้ง แม้ทีมจะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่เขายังคงเป็นผู้นำในสนามและนอกสนาม เป็นแบบอย่างให้กับนักเตะรุ่นน้อง และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมในหลายเกม ก่อนที่จะย้ายไปแอสตัน วิลลา และต่อมาสู่ลอสแองเจลิส แกแล็กซี ในเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ (MLS) ซึ่งที่นั่นเขากลายเป็นตำนานอีกครั้ง เมื่อพาทีมคว้าแชมป์ลีกถึง 3 สมัย และคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ของลีกในปี 2014

สำหรับทีมชาติไอร์แลนด์ ร็อบบี คีนคือสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจ เขาติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี และกลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของประเทศ ด้วยผลงาน 68 ประตูจากการลงสนาม 146 นัด เขาพาไอร์แลนด์ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2002 และยูโร 2012 โดยเฉพาะในเวิลด์คัพที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เขาคือหัวใจสำคัญที่พาทีมสร้างผลงานประทับใจจนเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

หลังแขวนสตั๊ดในปี 2018 คีนหันมาทำงานด้านโค้ช โดยเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้กับมิดเดิลสโบรห์ และต่อมาได้รับตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไอร์แลนด์ ก่อนที่จะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของมัคคาบี เทลอาวีฟ สโมสรดังในอิสราเอล และเฟเรนฟารอส ในบัลแกเรีย ในปัจจุบัน

เส้นทางของร็อบบี คีน อาจไม่ได้เต็มไปด้วยรางวัลมากมายเท่านักเตะระดับโลกคนอื่น แต่เขาก็ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นดาวยิงที่มีสถิติที่ยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ ลีก และยังคงเป็นที่จดจำของแฟนบอลมาจนถึงวันนี้