สื่อ แฉ ฟิลิปปินส์ – ใช้เงินภาษีแบกรับศึกวอลเลย์ชิงแชมป์โลกชาย 2025 ถึง 2 พันล้านเปโซ

playthegame สื่อต่างประเทศ รายงานโดยอ้างผลจากการสืบสวนของ เอริก ดิมซอน นักข่าวสายสืบสวน ซึ่งเปิดเผยว่า ประเทศฟิลิปปินส์ใช้เงินภาษีประชาชนมากกว่า 2,000 ล้านเปโซ หรือราว 33.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยราว 1 พันล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าภาพการแข่งขันวอลเลย์บอลชายชิงแชมป์โลก 2025 ของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) เมื่อปีที่ผ่านมา

ในการเตรียมจัดการแข่งขันครั้งนี้ สหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งชาติฟิลิปปินส์ (PNVF) เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อให้ทัวร์นาเมนต์ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยแต่งตั้ง ลิซา อาราเนตา มาร์กอส สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฟิลิปปินส์ และ มาร์ติน อาราเนตา มาร์กอส บุตรชายของประธานาธิบดี เป็นคณะกรรมการจัดการแข่งขันในประเทศ (Local Organising Committee – LOC) เพื่อสร้างแรงสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมดึงหน่วยงานรัฐถึง 20 แห่งเข้ามามีส่วนร่วม

ขณะเดียวกัน เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหมายเลข 30 ประจำปี 2025 จัดตั้ง “คณะทำงานระหว่างหน่วยงานเพื่อการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันวอลเลย์บอลชายชิงแชมป์โลก 2025” โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานรัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเชิญชวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน สนับสนุนการแข่งขัน เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่ออีเวนต์ระดับโลกครั้งนี้

การสืบสวนเริ่มต้นจากคณะกรรมการกีฬาฟิลิปปินส์ (Philippine Sports Commission – PSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักด้านการสนับสนุนกีฬาในประเทศ โดยในช่วงแรก สื่อกระแสหลักรายงานว่า PSC สนับสนุนงบประมาณให้ PNVF จำนวน 600 ล้านเปโซ แต่เมื่อพิจารณาว่าค่าธรรมเนียมการเป็นเจ้าภาพถูกกำหนดไว้ที่ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,400 ล้านเปโซ ตัวเลขดังกล่าวจึงดูไม่เพียงพอแม้แต่ค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขัน

ดิมซอนจึงใช้สิทธิตามกฎหมายข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act) ขอรายละเอียดงบประมาณจาก PSC แต่ไม่ได้รับคำตอบ จนต้องยื่นร้องเรียนต่อสำนักงานต่อต้านความล่าช้าในการทำงานของรัฐ (Anti-Red Tape Authority – ARTA) ก่อนที่ PSC จะยืนยันในที่สุดว่า ได้มอบงบประมาณให้ PNVF รวมทั้งสิ้น 1,981,032,550.14 เปโซ หรือเกือบ 2,000 ล้านเปโซ ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของการจัดการแข่งขัน

นอกจาก PSC แล้ว หน่วยงานรัฐอื่น ๆ ใน LOC ก็มีการใช้จ่ายงบประมาณเช่นกัน โดยบริษัทการเล่นเกมและความบันเทิงของฟิลิปปินส์ (PAGCOR) สนับสนุน 10 ล้านเปโซ ขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวใช้งบเกือบ 1 ล้านเปโซ จ้างบริษัทอีเวนต์ดูแลการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทน FIVB ส่วนกระทรวงโยธาธิการและทางหลวง (DPWH) กระทรวงการต่างประเทศ (DFA) และกระทรวงมหาดไทย (DILG) ยืนยันว่าไม่ได้ใช้งบประมาณสนับสนุนการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ (DepEd) กระทรวงการคลัง (DOF) กระทรวงงบประมาณและการจัดการ (DBM) และสำนักงานสื่อสารประธานาธิบดี (PCO) เลือกไม่ตอบคำถาม ขณะที่สำนักงานสลากกินแบ่งการกุศลฟิลิปปินส์ (PCSO) ก็ไม่ยืนยันหรือปฏิเสธการสนับสนุนงบประมาณให้ PNVF แต่อย่างใด ซึ่งนักข่าวรายนี้ได้ยื่นร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานที่ไม่ให้ข้อมูล เนื่องจากกฎหมายจริยธรรมข้าราชการ (Republic Act No. 6713) กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องตอบคำถามของประชาชน

สื่อ แฉ ฟิลิปปินส์ - ใช้เงินภาษีแบกรับศึกวอลเลย์ชิงแชมป์โลกชาย 2025 ถึง 2 พันล้านเปโซ

ในด้านเอกชน PNVF รอดพ้นจากวิกฤตทางการเงินได้จากการสนับสนุนของผู้สนับสนุนรายใหญ่ กลุ่มบริษัท MVP นำโดยบริษัทฟิลิปปินส์ ลอง ดิสแทนซ์ เทเลโฟน (PLDT) มอบเงินสนับสนุนถึง 150 ล้านเปโซ ซึ่งทำให้ Cignal TV ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดและสตรีมมิงแบบเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ยังมีผู้สนับสนุนรายใหญ่อีกสามราย ได้แก่ Rebisco, Akari และ Nuvalli รวมมูลค่า 120 ล้านเปโซ ขณะที่ Honda Philippines Incorporated เป็นผู้สนับสนุนในประเทศ

หลังการแข่งขันจบลง ประธาน FIVB ฟาบิโอ อาเซเวโด ประกาศอย่างไม่คาดคิดว่า ฟิลิปปินส์จะได้เป็นเจ้าภาพวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกในปี 2029 ซึ่งสะท้อนว่าประเทศได้รับการมองว่าเป็นเจ้าภาพที่เหมาะสม ทั้งจากวัฒนธรรมการต้อนรับ ความนิยมในกีฬาวอลเลย์บอล และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่

ในแง่รายได้ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จสำหรับ PNVF เนื่องจากแทบไม่ต้องควักเงินของตนเอง เพราะงบประมาณจากรัฐเพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่เงินสนับสนุนจากเอกชนกลายเป็นรายได้โดยตรงของสหพันธ์

อย่างไรก็ตาม ภาพความสำเร็จดังกล่าวเริ่มสั่นคลอน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใน PNVF หลังการแข่งขัน การปลด ทัตส์ ซูซารา อดีตประธานสหพันธ์ และผู้บริหารระดับสูงหลายรายอย่างกะทันหัน สร้างคำถามต่อความโปร่งใสในการบริหาร

โทนี เหลียว ประธาน PNVF คนใหม่ ระบุว่า หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนคือ “การเปิดบัญชีของสหพันธ์” เพื่อตรวจสอบการใช้เงินสนับสนุนจากรัฐกว่า 2,000 ล้านเปโซ โดยดิมซอนได้ร้องขอรายงานการเบิกจ่ายจาก PSC แต่ไม่ได้รับคำตอบ จนต้องร้องเรียนต่อ ARTA อีกครั้ง ตามระเบียบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (COA Circular No. 97-002) เงินภาครัฐต้องมีการชี้แจงการใช้จ่ายภายใน 60 วัน

ภายหลังการสอบสวนของ ARTA PSC เปิดเผยว่า PNVF ยังไม่ชี้แจงการใช้เงินถึง 690 ล้านเปโซ ที่น่ากังวลคือ PSC กลับร้องขอให้ดิมซอนออกเอกสารรับรองว่าคดีที่ยื่นต่อ ARTA ได้รับการแก้ไขแล้ว ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวยังไม่มีการชี้แจง

ดิมซอนยังได้ขอรายงานทางการเงินจากประธาน PNVF คนใหม่ ซึ่งเคยเป็นกรรมการในยุคบริหารชุดก่อน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบเช่นกัน สถานการณ์ที่เงินภาษีประชาชนกว่า 690 ล้านเปโซยังไร้คำอธิบาย จึงเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเขาหวังว่า การเป็นเจ้าภาพในปี 2029 จะโปร่งใสและมีความรับผิดชอบมากกว่านี้