เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมประจำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็ทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ของทัวร์นาเมนต์นี้ได้สำเร็จ หลังคว้าชัยสองเกมรวดในรอบแบ่งกลุ่ม
โดยเกมล่าสุดพลพรรคจังโก้ เฉือนชนะ เกาหลีใต้ ไปหวุดหวิด 1-0 ซึ่งผู้ที่ยิงประตูชัย และส่งเม็กซิโกเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ คือ หลุยส์ โรโม กองกลางจากสโมสรกวาดาลาฮารา หรือที่แฟนบอลทั่วไปรู้จักในชื่อ ชีวาส
หลุยส์ โรโม เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 1995 เมืองโลส โมชิส รัฐซีนาโลอา ประเทศเม็กซิโก และแม้ว่าจะเติบมาในครอบครัวที่ทำอาชีพด้านประมง แต่ความฝันในชีวิตของเขาแตกต่างออกไป เพราะเขาต้องการจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้
โรโม เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลของอคาเดมีสโมสรดังในเม็กซิโกอย่างอรูซ อาซูล อย่างไรก็ตามเมื่อถึงอายุ 15 ปี เขาไม่ได้ไปต่อ และถูกสโมสรนี้ปล่อยตัวออกไป แต่แม้จะถูกปฏิเสธแต่เขาก็ยังเดินหน้าต่อ และไปฝึกต่อกับทีมเยาวชนของเกเรตาโร
หลังจากนั้นเขาได้เซ็นสัญญาอาชีพและเล่นฟุตบอลระดับอาชีพกับสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเขาได้โอกาสลงสนามในเกมลีกเม็กซิโก ครั้งแรก เมื่อปี 2018

ด้วยความที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่เด็ก และมีความมุ่งมั่น รวมถึงยังเป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งกองกลางตัวรับ และกองหลัง ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมของสโมสรแห่งนี้ในเวลาต่อมา
หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสกลับไปพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรที่เคยปฏิเสธเขามาก่อนในวัยเด็ก เมื่อ ครูซ อาซูล คว้าตัวไปร่วมทีม เมื่อปี 2019
นอกจากนั้นช่วงเวลาดังกล่าว ยังเรียกได้ว่าเป็นปีทองของเขา เมื่อเขาถูกเรียกติดทีมชาติเม็กซิโกครั้งแรก และในปี 2020 เขาก็ก้าวขึ้นสู่ความสำเร็จที่เฝ้ารอคอย ด้วยการพาทีมครูซ อาซูล ปลดล็อกคว้าแชมป์ลีกเม็กซิโกมาครองได้สำเร็จ แถมเขายังมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมของลีกอีกด้วย
จากนั้นเขาย้ายออกไปเล่นกับ มอนเตอร์เรย์ ได้ราว 2 ปี และกลับมาอยู่กับครูซ อาซูล อีกครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนที่สุดท้ายแล้วจะมาอยู่กับสโมสรปัจจุบันของเขาอย่าง กวาดาลาฮารา
ก่อนที่ล่าสุดเขาจะมีชื่อติดทัพเม็กซิโก ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2026 และกลายเป็นฮีโร่คนใหม่ของทีมด้วยการยิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะเกาหลีใต้ และเป็นการยิงประตูในบ้านเกิดของเขาด้วย เพราะเกมนี้เตะกันที่เมืองกวาดาลาฮารา
เส้นทางของ โรโม แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเอาชนะทุกอุปสรรคและไม่ย่อท้อแม้จะถูกปฏิเสธ จนสุดท้ายสามารถกลับมาเป็นฮีโร่ของชาติได้