“มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลย แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ผมจำเป็นต้องตัดสินใจเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว”
อารอน แรมซีย์ ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาได้ตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้ว เมื่อวันที่ 7 เมษายน หลังจากที่เขากลายเป็นนักเตะไร้สังกัด นับตั้งแต่แยกทางกับพูมาส สโมสรในเม็กซิโก เมื่อปีที่แล้ว
สำหรับ อารอน แรมซีย์ เขาเกิดที่แคร์ฟิลลี ประเทศเวลส์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 1990 ก่อนจะได้เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังกับทีมอคาเดมีของสโมสรชื่อดังในบ้านเกิดอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซึ่งสโมสรแห่งนี้ แม้จะอยู่ในเวลส์ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเล่นในลีกของฝั่งอังกฤษ
แรมซีย์ เติบโตมากับอคาเดมีของสโมสรแห่งนี้ ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุแค่ 16 ปี และทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ด้วย
หลังจากเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ได้แค่สองปี เขาถูกสโมสรดังอย่าง อาร์เซนอล ที่เน้นเรื่องการปั้นดาวรุ่งในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ ดึงตัวไปร่วมทัพ ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ สำหรับเด็กที่อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ
โดยแรมซีย์ ฉายแววให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมในการเล่นแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ และความสามารถในการหาจังหวะเติมขึ้นไปทำประตูได้ทันทีตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทัพปืนใหญ่

อย่างไรก็ตาม เขาต้องเจอกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน ในเกมที่อาร์เซนอล พบกับ สโต๊ก ซิตี้ เมื่อปี 2010 จนถึงขั้นขาหัก และต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน
หลังจากนั้นเขาถูกปล่อยตัวให้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ และทีมเก่าอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะค่อย ๆ เรียกความมั่นใจกลับมา
ซึ่งการกลับมาเล่นให้กับอาร์เซนอลในครั้งนี้ เขากลับมาอย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม และกลายเป็นฮีโร่ในบอลถ้วยของทัพปืนใหญ่ เมื่อเขาเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมดังจากกรุงลอนดอน คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ถึงสองสมัย เมื่อปี 2014 และ 2017
หลังจากนั้นเขาย้ายไปหาความท้าทายครั้งใหม่ในอิตาลี กับสโมสรดังอย่าง ยูเวนตุส ซึ่งช่วงแรกนั้น เส้นทางของเขาดูจะไปได้สวย แต่แล้วเขาก็ถูกปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานอีก และทำให้เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอเท่าไร จนถูกปล่อยตัวให้ เรนเจอร์ส ยืมไปใช้งาน ก่อนจะย้ายไปเล่นในฝรั่งเศสกับ นีซ
จากนั้นเขากลับไปเล่นให้สโมสรแรกของตัวเองอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และเดินทางสู่ความท้าทายครั้งสุดท้ายในเม็กซิโก กับ พูมาส
ขณะที่ผลงานในทีมชาติเวลส์ เขาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหัวใจของทีมในยุคทองของทัพมังกรแดง ร่วมกับ แกเร็ธ เบล และเคยพาทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2016 มาแล้ว
เรียกได้ว่า แรมซีย์ เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ชั้นยอด แต่น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บนั้นทำให้เขาพลาดช่วงเวลาที่สำคัญไปหลายหน แต่สุดท้ายแล้วเขายังเป็นนักเตะที่แฟนบอลอาร์เซนอลและเวลส์คิดถึงแน่นอน