อี คังอิน – แข้งโสมขาวผู้ได้ครองถ้วยแชมป์ยุโรปสองสมัยซ้อน

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เพิ่งคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน หลังจากที่พวกเขาดวลจุดโทษเอาชนะ อาร์เซนอล ไปได้ 4-3 ในรอบชิงชนะเลิศ จากที่ช่วง 90 นาที และ 120 นาที เสมอกันอยู่ 1-1

โดยหนึ่งในนักเตะชาวเอเชียที่ได้ชูถ้วยแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก เป็นสมัยที่สองกับทางเปแอสเช นั้น คือ อี คังอิน มิดฟิลด์สายเทคนิคชาวเกาหลีใต้

อี คังอิน เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี 2001 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ก่อนจะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศตั้งแต่อายุยังน้อยจากรายการโทรทัศน์อย่าง “Fly Shoot Dori”

คังอิน เริ่มต้นเส้นทางในอคาเดมีของอินชอน ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เมื่อปี 2009 ก่อนจะขยับไปเล่นกับฟลายอิงส์ เอฟซี เมื่อปี 2011 และจากนั้นในปีเดียวกัน เขาต้องออกจากบ้านเกิดตั้งแต่อายุแค่ 10 ขวบ เมื่อทาง บาเลนเซีย สโมสรฟุตบอลชื่อดังจาก ลา ลีกา สเปน จัดการคว้าตัวเขาไปเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยอรมนี เมื่อปี 2011

คังอิน ค่อย ๆ ไต่เต้าจากทีมเยาวชนทุกระดับของบาเลนเซีย โดยจุดเด่นของเขาคือเรื่องเทคนิคที่เหนือชั้น ที่สามารถหลอกล่อคู่แข่งได้อย่างไร้ปัญหา และกลายเป็นหนึ่งในดาวเด่นของศูนย์ฝึกไอ้ค้างคาว

อี คังอิน - แข้งโสมขาวผู้ได้ครองถ้วยแชมป์ยุโรปสองสมัยซ้อน

หลังจากนั้นเขาก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของบาเลนเซียได้สำเร็จ เมื่อปี 2018 ในวัยแค้ 17 ปี และกลายเป็นนักเตะชาวเกาหลีใต้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เล่นในลีกอาชีพในทวีปยุโรปในเวลานั้น

แต่เนื่องจากการแข่งขันในทีมที่สูงมาก ทำให้เขาอาจจะไม่ได้รับโอกาสอย่างสม่ำเสมอมากนัก แต่เขาก็ยังมีส่วนในการพา บาเลนเซีย คว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ มาได้ เมื่อปี 2019 แถมยังได้สัมผัสเวทีแชมเปียนส์ ลีก ตั้งแต่อายุยังน้อยกับสโมสรแห่งนี้อีกด้วย

จากนั้นในปี 2021 เขาย้ายไปอยู่กับ มายอร์กา เพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น และเป็นผู้ครองสถิติการเลี้ยงบอลที่ดีที่สุดในลีกสเปน และเป็นอีกหนึ่งแข้งคนสำคัญของสโมสรในเวลานั้น

หลังจากนั้น เมื่อปี 2023 เขาได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และได้รับโอกาสลงเล่นแบบโรเตชัน และกลายเป็นนักเตะชาวเกาหลีใต้คนแรกที่ได้มาเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้อีกด้วย

และแม้ว่าเขาอาจจะไม่ใช่ตัวจริงที่ลงสนามอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็สามารถสร้างประโยชน์ให้กับเปแอสเชได้ทุกครั้งที่ลงสนาม และเป็นส่วนหนึ่งของแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สองสมัยติดอีกด้วย

นอกจากนี้เขายังเป็นอีกหนึ่งแข้งคนสำคัญของทีมชาติเกาหลีใต้ แม้จะเคยมีปัญหากับรุ่นพี่อย่าง ซน ฮึงมิน จนถูกโจมตีอย่างมากจากสื่อและแฟนบอล แต่สุดท้ายเขาก็เคลียร์ใจกับรุ่นพี่ในเรื่องนี้ และกลายเป็นหนึ่งสตาร์ดังของทัพโสมขาวในเวลานี้