อเลสซานโดร ฟลอเรนซี – แข้งสารพัดประโยชน์ผู้เปี่ยมด้วยความทุ่มเททุกนาทีในสนาม

หากจะพูดถึงนักเตะสักคนในลีก เซเรีย อา หรือ กับทีมชาติอิตาลี ที่จะสามารถลงเล่นได้ในหลายตามแหน่ง และสามารถปรับเปลี่ยนไปได้ตามหน้าที่ที่ได้รับจากเฮดโค้ชนั้น ชื่อของ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี น่าจะเป็นอีกหนึ่งคนที่แฟนบอลอัซซูรีหลายคนนึกถึงอย่างแน่นอน เพราะนอกจากเขาจะเล่นได้หลายตำแหน่งแล้ว เขายังทำได้ดีและมีความทุ่มเทกับทีมเสมออีกด้วย

อเลสซานโดร ฟลอเรนซี เกิดที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปี 1991 และแน่นอนว่าสโมสรแรกในการเป็นนักเตะอาชีพของเขา คงจะเป็นทีมไหนไปไม่ได้นอกจาก อาแอส โรมา ทีมเจ้าหมาป่าแห่งเมืองหลวงนั่นเอง

ฟลอเรนซี ถือเป็นนักเตะที่เติบโตมาจากทีมเยาวของทัพจัลโลรอสซี โดยจุดเด่นของเขา คงหนีไม่พ้นการที่มีทักษะรอบด้านอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมจึงมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองในการลงสนามได้ตามที่กุนซือจะมอบหมายให้ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกองกลาง, ปีก, วิงแบ๊ก หรือ ฟูลแบ๊ก

โดยในช่วงต้นการค้าแข้งของ ฟลอเรนซี นั้น ยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับดาวรุ่งที่จะยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมใหญ่อย่าง โรมา ได้ ทำให้เขาถูกปล่อยตัวให้กับ โครโตเน ยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซันแรกในการเป็นนักเตะอาชีพของตัวเอง

ซึ่งเรียกว่าการตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเขาได้รับโอกาสลงสนามกับ โครโตเน ถึง 35 นัด ก่อนจะกลับมาอยู่กับ โรมา อีกครั้ง

หลังจากนั้นเขาเหมือนได้แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการกับสโมสรแห่งนี้ และสามารถสอดแทรกโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และมีช่วงที่เขาเคยได้สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมของโรมาด้วย

อเลสซานโดร ฟลอเรนซี - แข้งสารพัดประโยชน์ผู้เปี่ยมด้วยความทุ่มเททุกนาทีในสนาม

และหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลต้องไม่เคยลืมในช่วงที่เขาค้าแข้งกับ โรมา คงหนีไม่พ้น ลูกที่เจ้าตัวยิงประตูจากระยะครึ่งสนามใส่ทีมดังอย่าง บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน ในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

ซึ่งด้วยความที่เขาเป็นเด็กปั้นจากอคาเดมีของโรมา ทำให้การก้าวขึ้นไปเป็นกัปตันทีมของทัพจัลโลรอสซีนั้นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในช่วงเวลาในฝันของเขา และตัวเขาเองก็เป็นที่รักของแฟนบอลด้วย

อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักถึงสองหน จนสุดท้ายเสียตำแหน่งในทีมไป และถูกปล่อยตัวไปเล่นในลีกอื่นกับ บาเลนเซีย ใน สเปน และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฝรั่งเศส ซึ่งเขามีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ ลีก เอิง ด้วย

หลังจากนั้นเขาได้กลับมาเล่นในอิตาลีอีกครั้งกับสโมสร เอซี มิลาน ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะชุดคว้าแชมป์ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อฤดูกาล 2021-22 ซึ่งเป็๋นการคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 11 ปี ของทัพปีศาจแดงดำอีกด้วย

ขณะที่ผลงานในทีมชาติ ฟลอเรนซี เคยไปเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก 2014, ยูโร 2016 และคว้าแชมป์ยูโร 2020 กับทัพอัซซูรี

และสุดท้ายเขาเลือกที่จะตัดสินใจแขวนสตั๊ดกับ เอซี มิลาน เมื่อปี 2025 ซึ่งแม้ว่าเส้นทางของเขาจะปิดฉากลงไปแล้ว แต่ผลงานและความทุ่มเทของเขาจะยังคงอยู่ในใจของแฟนบอลแน่นอน