อาร์เจนตินา กำลังเข้าสู่ก้าวสุดท้ายในการป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลกของพวกเขา หลังจากที่เอาชนะอังกฤษ ได้ในรอบรองชนะเลิศ เวิลด์ คัพ 2026 ด้วยสกอร์ 2-1 และจะไปตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกกับ สเปน ในรอบชิงชนะเลิศ
โดยหนึ่งในนักเตะที่ถือเป็นแข้งคนสำคัญในแดนกลางของอาร์เจนตินาชุดนี้ คงหนีไม่พ้น อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ มิดฟิลด์จากลิเวอร์พูล ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นสุด ๆ ทั้งในส่วนของการเข้าสกัดที่ดุดันในเกมรับ และการเชื่อมเกมด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำ
อเล็กซิส แม็ก อัลลิสเตอร์ เกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 1998 ที่เมืองซานตา โรซา จังหวัดลา ปัมปา ประเทศอาร์เจนตินา ในครอบครัวที่คุ้นเคยกับกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างดี เพราะ คาร์ลอส แม็ก อัลลิสเตอร์ คุณพ่อของเขานั้นก็เคยเป็นตำนานแข้งทีมชาติอาร์เจนตินาที่เล่นในชุดเดียวกับ สุดยอดดาวยิงอย่าง ดิเอโก มาราโดนา มาแล้ว ทำให้ฟุตบอล คือ กลายเป็นความฝันที่เขาอยากเดินตามรอยของพ่อ
แม็กก้า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในอคาเดมีของทีมโซเชียล ปาร์เก ก่อนจะได้ย้ายอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสรดังในอาร์เจนตินาอย่าง โบคา จูเนียร์ส ในเวลาต่อมา
และด้วยความยอดเยี่ยมทั้งเรื่องการอ่านเกม การตัดบอล การผ่านบอล และลูกยิงไกลที่ทรงพลัง รวมถึงการหาจังหวะเติมขึ้นไปทำประตู ทำให้สุดท้ายแล้วเขาก็ถูกดันขึ้นไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ เมื่อปี 2016 และมีส่วนช่วยทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดอาร์เจนตินา ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองของประเทศ

หลังจาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ โบคา จูเนียร์ส ทำให้เขาเริ่มเป็นที่สนใจจากหลายสโมสรในยุโรป และสุดท้ายเป็นไบรตัน ทีมจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่เป็นเสือปืนไว จัดการคว้าตัวกองกลางรายนี้มาร่วมทัพเมื่อปี 2019
โดยช่วงแรก แม็กกา ยังต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย แต่ด้วยความเชื่อมั่นจากทีมที่ให้โอกาสเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขากลายเป็นหัวใจสำคัญของแดนกลางไบรท์ตัน ด้วยความสามารถในการเล่นได้หลายบทบาท ทั้งมิดฟิลด์ตัวรับ ตัวเชื่อมเกม และตัวรุก
หลังจากนั้น เขาถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนตินาชุดฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งในทัวร์นาเมนต์นั้น อาร์เจนตินา แพ้เปิดหัว ให้ ซาอุดีอาระเบีย ไป แต่นั่นเป็นเกมเดียวที่ แม็ก อัลลิสเตอร์ ไม่ได้ลงเล่นให้ทัพฟ้าขาว และหลังจากนั้นเขาก็ได้ลงเล่นทุกนัด และช่วยให้ทีมไม่แพ้ใครอีกเลยจนคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ
และจากผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้ ลิเวอร์พูล ทีมดังของอังกฤษไม่รอช้า ซื้อตัวเขาจากไบรตันทันที พร้อมมอบเสื้อหมายเลข 10 ให้เจ้าตัว
เขาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลของลิเวอร์พูลได้อย่างรวดเร็ว ลงเล่น 46 นัด ทำ 7 ประตู 7 แอสซิสต์ และมีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์คาราบาว คัพ จากนั้นยังเป็นกำลังหลักของทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024-25 พร้อมได้รับคำชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ครบเครื่องที่สุดของลีก ทั้งเรื่องการจ่ายบอล การอ่านเกม และการเล่นเกมรับ
ขณะที่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แม็กก้ายังคงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของอาร์เจนตินา และต้องมาติดตามกันว่า เขาจะช่วยให้ทีมฟ้าขาวป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จหรือไม่