ศึกสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก รายการ ฮาโล เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ที่สังเวียนครูซิเบิล เธียเตอร์ ประเทศอังกฤษ เกิดแมตช์สุดระทึก เมื่อ จอห์น ฮิกกินส์ โชว์หัวใจแชมป์ พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังถึง 4-9 กลับมาเฉือนเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง รอนนี โอซุลลิแวน ไปแบบสุดมัน 13-12 เฟรม ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 20 ในอาชีพ
การแข่งขันแมตช์นี้ โอซุลลิแวนออกสตาร์ทได้อย่างร้อนแรง และโชว์ฟอร์มสมราคายอดนักสอยคิวระดับตำนาน ด้วยการขึ้นนำห่างหลายช่วง ทั้ง 6-2, 8-3 และ 9-4 จนดูเหมือนจะปิดเกมได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของการแข่งขัน เจ้าตัวยอมรับว่าพลาดลูกสำคัญหลายครั้งภายใต้ความกดดัน ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 8 ต้องจบลงไปอีกหนึ่งปี
ด้านฮิกกินส์ เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย กลับมาสู่เกมได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเซสชันสุดท้ายที่ระเบิดฟอร์มทำ 3 เซ็นจูรี่เบรก และยังกดเบรกสำคัญ 49 แต้มในเฟรมตัดสิน หลังจากคู่แข่งพลาดลูกแดงสำคัญ ส่งผลให้พลิกสถานการณ์คว้าชัยได้อย่างเหลือเชื่อ
นี่ถือเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฮิกกินส์ในเวทีครูซิเบิล เนื่องจากสามารถเอาชนะคู่แข่งที่ต่อสู้กันมายาวนานกว่า 30 ปี โดยสถิติการพบกันในรายการนี้ นี่เป็นการพบกันครั้งที่ 7 และฮิกกินส์เก็บชัยได้เป็นครั้งที่ 4 อีกทั้งยังเป็นการชนะโอซุลลิแวนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 หลังจากแพ้มา 3 ครั้งติดต่อกัน

ในเซสชันสุดท้าย โอซุลลิแวนที่นำอยู่ 9-7 พลาดโอกาสสำคัญจากการพลาดลูกแดงระยะไกล ขณะทำแต้มได้ 44 ส่งผลให้ฮิกกินส์ไล่ทำแต้มแซงด้วยเบรก 59 ก่อนจะเดินหน้าทำอีก 118 และ 128 แต้ม พลิกขึ้นนำ 10-9 และเป็นการทำเซ็นจูรี่แรกของเขาในรายการปีนี้
แม้โอซุลลิแวนจะพยายามกลับมาสู่เกม และตีเสมอได้เป็นระยะ รวมถึงทำเบรก 93 และ 81 แต้ม แต่ฮิกกินส์ยังคงรักษาความนิ่งและความแม่นยำไว้ได้ดีกว่า โดยเฉพาะในเฟรมตัดสินที่เขาออกคิวอย่างเยือกเย็น เก็บ 49 แต้มสำคัญก่อนปิดเกมไปได้ในที่สุด
หลังจบการแข่งขัน ฮิกกินส์ยอมรับว่าในสองเซสชันแรกเขาเป็นรองอย่างชัดเจน และยกย่องฟอร์มของโอซุลลิแวนว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดที่เคยเห็น แต่เขาพยายามเปลี่ยนแท็กติก เปิดเกมมากขึ้นเพื่อสร้างโอกาส และหวังให้คู่แข่งพลาดลูกยาก ซึ่งก็ได้ผลในท้ายที่สุด
ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้ฮิกกินส์ วัย 50 ปี ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยในรอบต่อไปเขาจะพบกับผู้ชนะระหว่าง นีล โรเบิร์ตสัน หรือ คริส เวคลิน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าต้องเร่งฟื้นฟูร่างกาย เนื่องจากการแข่งขันรายการนี้ต้องใช้ทั้งพละกำลังและสมาธิอย่างสูง
ขณะที่โอซุลลิแวนเผยว่า ฮิกกินส์สมควรเป็นผู้ชนะ และยอมรับว่าตนเองพลาดลูกสำคัญมากเกินไป โดยเฉพาะในช่วงเฟรมตัดสิน แม้จะยังรู้สึกว่าฟอร์มการเล่นโดยรวมดีขึ้นกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่การขาดการแข่งขันต่อเนื่องอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้รับมือกับความกดดันได้ไม่เต็มที่