ลิเวอร์พูล สโมสรฟุตบอลชื่อดังของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่มักจะมีการผลักดันให้นักเตะในท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทสำคัญในทีมตลอดหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำนานอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ และ เจมี คาร์ราเกอร์ รวมไปถึงช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เติบโตมาจากระบบอคาเดมีของสโมสดังแห่งเมอร์ซีไซด์
และในทีมชุดปัจจุบันภายใต้การทำทีมของ อาร์เนอ ชล็อต ชื่อของ เคอร์ติส โจนส์ ก็เป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่ถูกดันขึ้นมาจากอคาเดมีของทีมหงส์แดง
สำหรับ เคอร์ติส โจนส์ เกิดที่เมืองลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 30 มกราคม ปี 2001 และได้เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับทีมอคาเดมีของทัพหงส์แดง ตั้งแต่ตอนที่อายุยังไม่ถึง 9 ขวบ
ก่อนที่เขาจะได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพฉบับแรกกับทางสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อปี 2018 ด้วยวัย และได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของหงส์แดงครั้งแรก เมื่อฤดูกาล 2019-20 ในยุคของกุนซืออันเป็นที่รักของแฟนบอลลิเวอร์พูล อย่าง เจอร์เกน คล็อปป์
โดยเหตุผลที่ โจนส์ ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลนั้นเป็นเพราะเขามีความโดดเด่นในหลายด้าน ทั้งเทคนิคที่ยอดเยี่ยม, การครองบอลที่แน่นอน และความมั่นใจ กล้าเล่นเกินอายุของตัวเอง

สำหรับเกมที่เขาได้เปิดตัวให้กับทีมหงส์แดงอย่างเป็นทางการนั้น คือ เกมที่เขาไม่มีวันลืมแน่นอน เพราะเขาซัดลูกยิงไกลสุดสวยเป็นประตูชัยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเอฟเวอร์ตัน เมื่อฤดูกาล 2019-20
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เพราะเขาต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งกับรุ่นพี่อีกหลายรายในตำแหน่งกองกลาง รวมถึงมีช่วงที่เขาเจอปัญหาจากอาการบาดเจ็บด้วย
แต่แม้จะเจอปัญหาอะไร โจนส์ ก็ยังไม่ยอมแพ้ และก้มห้นาพัฒนาตัวเองต่อไป จนได้รับโอกาสลงสนามให้กับลิเวอร์พูลมากขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากนั้นเขายังพร้อมที่จะลงเล่นในทุกตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย ทำให้หลายครั้งเราจะได้เห็นโจนส์ลงสนามในตำแหน่งแบ๊กขวาด้วยเช่นกัน
และเห็นแบบนี้นั้น โจนส์ ได้รับโอกาสลงเล่นให้ลิเวอร์พูลชุดใหญ่ไปแล้วมากกว่า 148 นัด และมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์มากมายกับสโมสรแห่งนี้ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ถึง 2 สมัย, แชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย, แชมป์ลีก คัพ อีก 1 สมัย, แชมป์สโมสรโลกหนึ่งสมัย
ซึ่งการที่เขาเริ่มมีบทบาทในทีมลิเวอร์พูลนั้นยิ่งทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลหงส์แดงมากขึ้น เพราะเขาเป็นแข้งที่เติบโตมาจากระบบเยาวชนของสโมสร
ตอนนี้เหลือแค่ต้องมารอติดตามกันว่า โจนส์ จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นตำนานสโมสรอย่าง เจอร์ราร์ด ได้หรือไม่เท่านั้น