เช ชาร์ลส์ – มิดฟิลด์ดาวรุ่งผู้ดับฝันอาร์เซนอล

เรียกว่าเป็นผลการแข่งขันที่พลิกล็อกสุด ๆ สำหรับเกมเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาล 2025-26 เมื่อ เซาแฮมป์ตัน จากลีกวัน เปิดสนามเซนต์แมร์รี รังเหย้าของพวกเขาเฉือนชนะทีมดังจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษอย่าง อาร์เซนอล ไปได้ 2-1

โดยประตูชัยของเกมนี้ มาจากกองกลางดาวรุ่งตัวสำรองของทัพนักบุญอย่าง เช ชาร์ลส์ ที่ทำได้ในนาทีที่ 85 พร้อมกับส่งให้ทีมต้นสังกัดของเขาคว้าโอกาสไปเล่นที่สนามเวมบ์ลีย์ ในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ และเป็นทีมเดียวจากลีกรองที่ยังอยู่ในเส้นทางของถ้วยนี้ด้วย

เช ชาร์ลส์ เกิดที่เมืองที่คลั่งฟุตบอลสุด ๆ อย่าง แมนเชสเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี 2003 และเขาได้เริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังกับทีมอคาเดมีของสโมสรดังประจำเมืองอย่างทัพเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ

เช ชาร์ลส์ มีพัฒนาการที่ดีเยี่ยมตลอดช่วงเวลาที่เขาเติบโตไปในทีมอคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในตำแหน่งกองกลาง และเป็นหนึ่งในแข้งคนสำคัญของทีมเยาวชนตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี มาจนถึงรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

นอกจากนี้เขายังเคยถูก เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือทีมชุดใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกตัวให้ขึ้นไปซ้อมร่วมกับเหล่าแข้งรุ่นพี่มาแล้ว พร้อมกับเคยถูกส่งลงเล่นในเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ทีมเรือใบสีฟ้า พบกับ ไลป์ซิก เมื่อปี ฤดูกาล 2022-23 ด้วย

อย่างไรก็ตามด้วยการแข่งขันที่เข้มข้นภายในทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้เป็นเรื่องยากที่นักเตะดาวรุ่งอย่างเขาจะสามารถสอดแทรกขึ้นไปแย่งโอกาสในการลงสนามได้

เช ชาร์ลส์ - มิดฟิลด์ดาวรุ่งผู้ดับฝันอาร์เซนอล

เขาจึงเลือกที่ย้ายจะไปเล่นกับเซาแฮมป์ตัน สโมสรในลีกแชมเปียนชิพ ในเดือนกรกฎาคม ปี 2023 พร้อมกับเซ็นสัญญา 4 ปี

แน่นอนว่าการได้ลงมาเล่นในลีกรอง แม้อาจจะไม่ได้ทำให้เขามีชื่อเสียงหากเทียบกับการอยู่บนพรีเมียร์ ลีก แต่ก็แลกมาด้วยโอกาสในการลงสนามที่มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลดาวรุ่งทุกคนล้วนต้องการ อย่างไรก็ตามในปี 2024 เขาก็ถูกปล่อยตัวให้ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ยืมไปใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

ซึ่งกับเวนส์เดย์นั้น เขากลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม และได้ลงสนามให้กับสโมสรแห่งนี้ไปถึง 43 นัด และยิงไปอีก 1 ประตู ในระยะเวลาแค่ฤดูกาลเดียว

และจากการลงสนามที่ต่อเนื่อง ทำให้การมีการพัฒนาได้ดีขึ้น และเมื่อถูกเรียกตัวกลับมาอยู่กับทัพนักบุญ เขาก็เริ่มได้มีบทบาทกับทีมมากขึ้นในฤดูกาลนี้

ก่อนที่ล่าสุดเขาจะกลายเป็นฮีโร่คนใหม่แห่งสนามเซนต์แมร์รี เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาในช่วงครึ่งหลัง ด้วยเป้าหมายที่จะต้องลงมาประครองเกมเอาไว้ให้ได้ แต่สุดท้ายเจ้าตัวกลับทำได้มากกว่านั้น คือ การทำประตูชัย ในนาทีที่ 85 และเป็นการส่งเซาแฮมป์ตัน เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

แน่นอนว่าตอนนี้หลายคนอาจจะยังไม่ได้รู้จักชื่อของ เช ชาร์ลส์ เท่าไร แต่บอกได้เลยว่าหลังจากค่ำคืนนี้เขาจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลเซาแฮมป์ตันในฐานะฮีโร่ และความทรงจำของแฟนบอลอาร์เซนอลในฐานะฝันร้ายอย่างแน่นอน