เลดลีย์ คิง คือหนึ่งในกองหลังที่แฟนบอลอังกฤษยกย่องว่ามีพรสวรรค์สูงอย่างยิ่ง แต่ทว่าเส้นทางอาชีพของเขาจะไม่ได้ยาวนานเท่าที่ควร จากปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง จนสุดท้ายต้องยอมแพ้ต่อโชคชะตา อย่างไรก็ตามความเป็นผู้นำ และความภักดีต่อสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยังคงทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะอังกฤษ ที่ชื่นชอบของแฟนบอลสเปอร์
เลดลีย์ บรันตัน คิง เกิดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1980 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตขึ้นมาในย่านโบว์ ทางตะวันออกของลอนดอน และเริ่มหลงใหลฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยรูปร่างที่แข็งแกร่ง ความเร็ว และการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขาได้รับโอกาสเข้าสู่อคาเดมีของสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วงเวลานั้นสเปอร์สกำลังมองหานักเตะเยาวชนที่จะขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคต และคิงก็กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของระบบเยาวชน
คิงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสเปอร์สในปี ค.ศ. 1999 โดยประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1999/2000 ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แตกต่างจากกองหลังทั่วไป จุดเด่นของเขาไม่ใช่เพียงความแข็งแกร่งทางร่างกาย แต่ยังรวมถึงการอ่านเกมที่เฉียบคม การเข้าสกัดที่แม่นยำ และความสามารถในการพาบอลขึ้นจากแนวรับได้อย่างมั่นใจ
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้ชื่อของคิงเป็นที่จดจำของแฟนบอลพรีเมียร์ลีกคือการทำประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเขายิงประตูใส่แบรดฟอร์ด ซิตี้ ในปี ค.ศ. 2000 หลังจากเริ่มเกมเพียงประมาณ 9 วินาทีเท่านั้น ประตูดังกล่าวกลายเป็นสถิติของลีกอยู่หลายปี
ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 คิงค่อย ๆ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นหัวใจของแนวรับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ เขามักได้รับคำชมจากทั้งโค้ช เพื่อนร่วมทีม และคู่แข่งว่าเป็นกองหลังที่อ่านเกมได้ดีที่สุดคนหนึ่งของอังกฤษในยุคนั้น หลายครั้งเขาสามารถหยุดกองหน้าระดับโลกได้โดยแทบไม่ต้องเข้าสกัดหนักเลย เพราะเขามักยืนตำแหน่งได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคใหญ่ที่สุดในอาชีพของคิงคืออาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หัวเข่า ซึ่งเริ่มส่งผลอย่างหนักตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2000 ปัญหานี้รุนแรงถึงขั้นที่เขาแทบไม่สามารถฝึกซ้อมตามปกติได้ มีรายงานว่าหลายฤดูกาลเขาแทบไม่ได้ลงซ้อมเต็มรูปแบบเลย แต่ยังสามารถลงสนามแข่งขันในวันแข่งจริงได้อย่างยอดเยี่ยม นี่คือสิ่งที่ทำให้หลายคนยกย่องว่าเขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์มหาศาล เพราะแม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ แต่เขายังเล่นในระดับสูงได้
ตลอดอาชีพกับสเปอร์ส คิงลงสนามรวม 323 นัดในทุกรายการ และทำได้ 14 ประตู เขาเป็นกัปตันทีมของสโมสรอยู่หลายปี และถือเป็นสัญลักษณ์ของทีมในยุคก่อนที่สเปอร์สจะกลับมาเป็นทีมลุ้นพื้นที่ยุโรปอย่างจริงจัง
ในระดับทีมชาติ คิงติดทีมชาติอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 2002 ถึง 2010 โดยลงสนามไป 21 นัด และทำได้ 2 ประตู เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกเรียกติดทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลายรายการ เช่น ฟุตบอลโลก 2010 แม้ว่าอาการบาดเจ็บจะจำกัดโอกาสของเขาอย่างมากก็ตาม
แม้สเปอร์สจะไม่ได้ประสบความสำเร็จในแง่ถ้วยรางวัล ในช่วงที่คิงเล่นอยู่ แต่เขาก็มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญได้หนึ่งรายการ นั่นคือ แชมป์ลีกคัพ ฤดูกาล 2007/08 ซึ่งสเปอร์สเอาชนะเชลซีในรอบชิงชนะเลิศ ถือเป็นถ้วยแชมป์ใหญ่รายการแรกของสโมสรในรอบเกือบสิบปี
หลังจากต่อสู้กับอาการบาดเจ็บมานานหลายปี คิงตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในปี ค.ศ. 2012 ด้วยวัยเพียง 31 ปี ซึ่งการเลิกเล่นของเขาถูกมองว่าเป็นความน่าเสียดายครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะหลายคนเชื่อว่าหากเขาไม่มีปัญหาเรื่องหัวเข่า เขาอาจกลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกได้
หลังเลิกเล่น คิงยังคงทำงานกับสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในบทบาทต่าง ๆ ทั้งในด้านการพัฒนานักเตะและการทำงานในทีมงานโค้ช ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างเขากับสโมสรที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เป็นเยาวชน