บอสเนีย เพิ่งจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะยักษ์ใหญ่ของทวีปยุโรปอย่าง อิตาลี ในการดวลจุดโทษ 4-1 หลังจากที่เสมอกันในเวลา 1-1 ของรอบเพลย์ออฟ ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือกโซนยุโรป
จากชัยชนะดังกล่าวทำให้บอสเนีย คว้าตั๋วไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในปีนี้ที่จะจัดขึ้นที่ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา ได้สำเร็จ พร้อมกับทำให้ตอนนี้ อิตาลี ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกมา 3 สมัยติดต่อกันแล้ว
ทั้งนี้หนึ่งในชื่อของนักเตะที่หลายคนน่าจะรู้จักของทีมชาติบอสเนียชุดนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เอดิ เชโก กองหน้าตัวเก๋ากัปตันทีมของพวกเขานั่นเอง
เอดิน เชโก เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 1986 ที่เมือง ซาราเยโว ประเทศ บอสเนีย โดยช่วงเวลาในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะเขาเกิดมาในยุคของสงครามบอสเนียทำให้เขาต้องอยู่กับชีวิตที่เต็มไปด้วยสถานการณ์ที่ไม่สงบ แต่กลับกันมันค่อย ๆ ทำให้เขากลายเป็นคนที่สงบนิ่งและมุ่งมั่นทุ่มเท
ไม่ใช่แค่จิตใจที่แข็งแกร่ง แต่ เอดิน เชโก ยังถือเป็นหนึ่งในกองหน้าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งการพักบอล การเล่นบอลประสานกับเพื่อน และการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม
โดยเขาเริ่มต้นเส้นทางสายลูกหนังกับสโมสรในบ้านเกิดอย่าง เซลเยซนิการ์ ซาราเยโว แต่ตอนที่อยู่ในบอสเนียนั้นเขายังไม่ได้โชว์ศักยภาพอะไรมาก ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญจะเกิดขึ้นตอนที่เจ้าตัวได้ย้ายไปเล่นในสาธารณรัฐเช็กกับสองสโมสรอย่าง เอฟเค เทปลิเช และ อุสทรี นาด ลาเบม

หลังจากนั้นเขาได้รับโอกาสที่ใหญ่กว่าเดิมในลีกระดับหัวแถวของยุโรปอย่างบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อเขาถูก โวล์ฟสบวร์ก ซื้อตัวไปร่วมทัพ เมื่อปี 2007
และหลังจากผ่านไปแค่ปีเดียว เขากลายเป็นดาวยิงคนสำคัญของทีมและเป็นกุญแจหลักในการพาทีมผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร เมื่อฤดูกาล 2008-2009 ด้วยการเป็นดาวซัลโวร่วมของลีกและขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของยุโรปในเวลานั้น
หลังทำผลงานเยี่ยมในเยอรมนี เขาถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่กำลังเติบโตในพรีเมียร์ ลีก เวลานั้น ดึงตัวเข้ามาเสริมทัพ ก่อนจะพาทีมเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สองสมัย แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นตัวหลักเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็เป็นซูเปอร์ซัพที่ไว้ใจได้และลงมายิงประตูสำคัญ ๆ ให้ทีมเสมอ
หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นในเซเรีย อา อิตาลี กับ โรมา และคว้ารางวัลดาวซัลโวของลีก เมื่อฤดูกาล 2016-17 และแม้จะอายุมากขึ้น แต่เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพจนทีมดังอย่าง อินเตอร์ มิลาน ดึงตัวไปร่วมงาน ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช สโมสรในตุรกีในปัจจุบัน
ขณะที่ผลงานกับทีมชาติ เขา คือ ฮีโร่ตัวแบกและศูนย์รวมจิตใจของบอสเนีย เพราะเขาเคยพาทีมไปฟุตบอลโลกครั้งแรกได้สำเร็จเมื่อปี 2014 และในปีนี้ แม้ว่าเขาจะอายุ 40 ปีแล้ว แต่เขายังสวมปลอกแขนกัปตันทีมลงนำนักเตะรุ่นน้องโค่นทีมอย่างอิตาลีและคว้าตั๋วไปเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ
เรียกได้ว่า เชโก คือสุดยอดฮีโร่ตัวจริงของบอสเนียเลยทีเดียว