เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ – กำแพงจอมหนึบ ตำนานผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของเนเธอร์แลนด์

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ คือหนึ่งในชื่อที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลกในฐานะผู้รักษาประตูผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค เขาคือสัญลักษณ์ของความนิ่งเยือกเย็น การอ่านเกมที่เหนือชั้น และความเป็นผู้นำที่เปี่ยม

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1970 ที่เมืองฟอร์ฮาวต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเล็กในบ้านเกิดอย่าง VV Foreholte ก่อนจะถูกแมวมองของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ดึงเข้าสู่ระบบเยาวชนของสโมสรในปี 1990 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานที่กำลังจะถูกเขียนขึ้น เขาพัฒนาฝีมืออย่างรวดเร็วด้วยสไตล์การเล่นที่สงบนิ่งแต่เฉียบขาด การยืนตำแหน่งที่ และทักษะการใช้เท้าที่โดดเด่น ซึ่งถือว่าล้ำสมัยสำหรับผู้รักษาประตูในยุคนั้น

ฟาน เดอร์ ซาร์ ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ในปี 1991 และภายในไม่กี่ปีเขาก็กลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมยุคทองที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าดีอย่าง เอ็ดการ์ ดาวิดส์, แพทริก ไคลเวิร์ต และโคลด มาเกเลเล่ ภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล เขาพาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซีหลายสมัย รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 1995 จากเกมที่เอาชนะเอซี มิลาน 1-0 ซึ่งในตอนนั้น ฟาน เดอร์ ซาร์ กลายเป็นผู้รักษาประตูเนื้อหอมที่สุดในยุโรป

หลังจากประสบความสำเร็จกับอาแจ็กซ์ เขาย้ายไปเฝ้าเสาให้กับยูเวนตุสในปี 1999 และกลายเป็นนายทวารชาวดัตช์คนแรกที่ลงเล่นในกัลโช่ เซเรียอา แม้จะต้องเจอกับแรงกดดันมหาศาลในอิตาลี แต่เขายังคงแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานั้นไม่ใช่ช่วงที่ง่ายนัก เพราะยูเวนตุสเริ่มเผชิญปัญหาภายในและการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ก่อนที่สุดท้าย ฟาน เดอร์ ซาร์ จะเลือกย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับฟูแล่มในปี 2001 ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่หลายคนมองว่าแปลก แต่เขากลับใช้มันเป็นเวทีพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในอังกฤษ

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ - กำแพงจอมหนึบ ตำนานผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของเนเธอร์แลนด์

ตลอดสี่ปีที่เฝ้าเสาให้ฟูแล่ม ฟาน เดอร์ ซาร์ กลายเป็นกำแพงเหล็กของทีม เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นจนได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรใหญ่ และในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2005 ด้วยวัย 34 ปี ซึ่งหลายคนมองว่าเขาอาจอยู่ในช่วงปลายอาชีพแล้ว แต่แท้จริงแล้วนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา

ภายใต้การคุมทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ฟาน เดอร์ ซาร์ กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับมาครองความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 4 สมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในปี 2008 จากการดวลจุดโทษสุดระทึกกับเชลซี ที่เขาเซฟลูกยิงของนิโกล่าส์ อเนลก้า ได้อย่างเฉียบขาด พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 3 และเป็นภาพที่ยังติดตาแฟนบอลทั่วโลกจนถึงวันนี้

ฟาน เดอร์ ซาร์ ลงเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ถึง 130 นัด ตลอดช่วงระหว่างปี 1995 ถึง 2010 เป็นกัปตันทีมมาหลายปีและพาทีมเข้ารอบลึกในหลายทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้งยูโรและฟุตบอลโลก ะแม้ในวัยเกินสามสิบก็ยังคงฟอร์มเหนียวแน่นจนได้รับคำชมจากทั้งเพื่อนร่วมทีมและคู่แข่งทั่ววงการ

หลังประกาศแขวนถุงมือในปี 2011 ฟาน เดอร์ ซาร์ ไม่ได้หายไปจากวงการฟุตบอล เขากลับมารับบทผู้บริหารให้กับอาแจ็กซ์ สโมสรที่ปลุกปั้นเขามาตั้งแต่เยาวชน โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ก่อนจะไต่ขึ้นเป็นซีอีโอในปี 2016 ภายใต้การบริหารของเขา อาแจ็กซ์กลับมามีระบบเยาวชนที่แข็งแกร่งอีกครั้ง และประสบความสำเร็จในยุโรป เช่น การเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2018/19

ชื่อของเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของผู้รักษาประตูที่เหนียวหนึบที่สุดคนหนึ่งของโลก แน่นอนว่าเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลกต่อไปอีกนาน