สตีเฟน เฮนดรี้ ตำนานนักสนุกเกอร์ชาวสกอตแลนด์ เจ้าของแชมป์โลก 7 สมัย เปิดเผยเรื่องราวที่ไม่เคยเล่ามาก่อนเกี่ยวกับการแข่งขันชิงแชมป์โลก ปี 1993 โดยยอมรับว่า แม้รายการดังกล่าวจะเป็นแชมป์โลกที่สร้างความพึงพอใจให้กับตัวเองมากที่สุด แต่ก่อนการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ เขากลับรู้สึกไม่พอใจอย่างหนักกับ “กิมมิก” ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมไว้ จนถึงขั้น “เดือดสุด ๆ” เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่รบกวนสมาธิก่อนลงแข่งขัน
เฮนดรี้เปิดใจผ่านรายการบนช่อง YouTube ของตัวเอง “Stephen Hendry CueTips” พร้อมย้อนเส้นทางอาชีพในศึกชิงแชมป์โลก ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ฤดูกาล 1985/86 หลังเทิร์นโปรด้วยวัยเพียง 16 ปี โดยในเวลานั้นเขาเคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ในสกอตแลนด์อย่างมั่นใจว่า จะก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกภายในเวลา 5 ปี
ฤดูกาลแรกในฐานะนักสนุกเกอร์อาชีพ เฮนดรี้ผ่านรอบคัดเลือกจนได้สิทธิ์เข้าสู่การแข่งขันรอบสุดท้ายที่ครูซิเบิล เธียเตอร์ ในปี 1986 แต่พ่ายให้กับ วิลลี ธอร์น 8-10 เฟรมในรอบแรก ก่อนจะกลับมาแก้ตัวได้สำเร็จในปีถัดมา ด้วยการเอาชนะคู่แข่งรายเดิม 10-7 เฟรม และทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ แม้ว่าสุดท้ายจะพ่ายให้กับ โจ จอห์นสัน แชมป์เก่าในเวลานั้นก็ตาม
หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่หลายปี ทั้งการแพ้ จิมมี ไวต์ ในรอบ 16 คนสุดท้าย ปี 1988 และพ่ายให้กับ สตีฟ เดวิส ในรอบรองชนะเลิศ ปี 1989 ในที่สุด เฮนดรี้ก็ทำตามคำพูดของตัวเองได้สำเร็จ เมื่อคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในปี 1990 ด้วยการเอาชนะไอดอลของตัวเองอย่าง จิมมี ไวต์ 18-12 เฟรม พร้อมสร้างสถิติเป็นแชมป์โลกอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียง 21 ปี 106 วัน ซึ่งสถิติดังกล่าวยังไม่มีใครทำลายได้จนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าแชมป์โลกสมัยใดคือรายการที่เขาภาคภูมิใจมากที่สุด เฮนดรี้ตอบทันทีว่าเป็นปี 1993 แม้จะไม่ใช่แชมป์โลกครั้งแรก หรือแชมป์สมัยที่ 7 ซึ่งทำให้เขาสร้างสถิติสูงสุดในยุคนั้น แต่เป็นรายการที่เขารู้สึกว่าตัวเองเล่นได้สมบูรณ์แบบที่สุด
“หลายคนถามผมเสมอว่า แชมป์โลกครั้งไหนคือครั้งโปรด แน่นอนว่าครั้งแรกมีความหมายมาก และครั้งที่เจ็ดก็พิเศษเพราะเป็นการทำลายสถิติ แต่ถ้าถามว่าผมพึงพอใจที่สุด ผมเลือกปี 1993 เพราะผมเอาชนะคู่แข่งทุกคนได้ค่อนข้างสบาย และชนะ จิมมี ไวต์ ในนัดชิงชนะเลิศก่อนครบทุกเซสชัน มันเป็นแชมป์ที่ผมย้อนกลับไปนึกถึงแล้วมีความสุขที่สุด” เฮนดรี้กล่าว

ในศึกชิงแชมป์โลกปี 1993 เฮนดรี้โชว์ฟอร์มได้อย่างเหนือชั้น ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยการเสียเพียง 12 เฟรม จากการเอาชนะ แดนนี ฟาวเลอร์ 10-1 เฟรม, ดาร์เรน มอร์แกน 13-4 เฟรม และไนเจล บอนด์ 13-7 เฟรม
อย่างไรก็ตาม ก่อนการแข่งขันรอบตัดเชือกกับ อลัน แม็คมานัส ซึ่งถือเป็นรอบรองชนะเลิศที่นักสนุกเกอร์ชาวสกอตแลนด์พบกันเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชิงแชมป์โลก ฝ่ายจัดการแข่งขันได้เตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญนักเป่าปี่สก็อต (Bagpiper) มาบรรเลงเพลง “Scotland The Brave” ระหว่างที่นักกีฬาทั้งสองเดินเข้าสู่สนาม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจของชาวสกอตแลนด์
แต่สิ่งที่ผู้จัดมองว่าเป็นสีสัน กลับสร้างความไม่พอใจให้กับเฮนดรี้อย่างมาก
“ผู้จัดการของผมเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วบอกว่า ผู้จัดจะให้นักเป่าปี่พาผมกับอลันเดินเข้าสนาม ผมโกรธมาก โกรธสุด ๆ เพราะตอนนั้นผมกำลังมีสมาธิเต็มที่ ผมเหมือนสปริงที่ถูกกดไว้ พร้อมจะลงแข่งขัน ผมไม่ต้องการให้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมแค่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดิม มันทำให้ผมหงุดหงิดจริง ๆ”
แม้จะรู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เฮนดรี้ก็ไม่ปล่อยให้สิ่งรบกวนสมาธิส่งผลต่อผลงานในสนาม ก่อนเอาชนะ แม็คมานัส 16-8 เฟรม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ และไล่ถล่ม จิมมี ไวต์ 18-5 เฟรม แบบไม่ต้องแข่งขันจนถึงเซสชันสุดท้าย คว้าแชมป์โลก 2 ปีติดต่อกันได้สำเร็จ
เฮนดรี้ยอมรับว่า บุคลิกที่จริงจังและมุ่งมั่นกับการแข่งขันมาตลอด อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาครองความยิ่งใหญ่ในยุค 1990 โดยกล่าวทิ้งท้ายว่า “หลายคนมองว่าผมเป็นคนเคร่งเครียด ไม่ชอบเรื่องสนุก ๆ แต่สำหรับผม นั่นคือรอบรองชนะเลิศของศึกชิงแชมป์โลก ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่สถานที่สำหรับการสร้างกิมมิกหรือเพิ่มสีสันแบบนั้น”
ท้ายที่สุด เฮนดรี้ก้าวขึ้นเป็นราชาแห่งครูซิเบิล ด้วยการคว้าแชมป์โลกถึง 5 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 1992-1996 ก่อนสถิติชนะติดต่อกัน 29 แมตช์ในศึกชิงแชมป์โลกจะถูก เคน โดเฮอร์ตี หยุดลงในรอบชิงชนะเลิศปี 1997 และเจ้าตัวยังกลับมาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 7 ได้อีกครั้งในปี 1999 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของยุคโมเดิร์น ก่อนที่ รอนนี โอซุลลิแวน จะทำสถิติเทียบเท่าได้ในปี 2022