โจเลออน เลสคอตต์ – จากอุบัติเหตุในวัยเด็ก สู่การเป็นกองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ

ประเทศอังกฤษ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ชื่นชอมกีฬาฟุตบอลอย่างมาก และมีลีกการแข่งขันที่ได้รับการยกย่องว่าดุเดือดที่สุดในโลกอย่าง พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ซึ่งแน่นอนว่า โจเลออน เลสคอตต์ เป็นอีกคนที่มีความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลที่ได้เล่นนพรีเมียร์ ลีก มาตั้งแต่เด็ก และสามารถทำความฝันของเขาให้เป็นจริงจนได้

เลสคอตต์ เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ปี 1982 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม และเขาต้องเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างมากตั้งแต่เด็ก หลังประสบอุบัติเหตุรถชน ตอนที่เขาอายุแค่ 5 ขวบ และทำให้มีรอยแผลบนหน้าผากที่เป็นสัญลักษณ์ถึงเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนี้ติดตัวเขามาตั้งแต่วันนั้น

เลสคอตต์ เริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอลกับทีมเยาวชนของสโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน ในตำแหน่งกองหลัง โดยจุดเด่นของเขาคือความนิ่ง การอ่านเกม และการเข้าสกัด

หลังจากพัฒนาฝีเท้าอย่างดีเยี่ยมกับวูล์ฟแฮมป์ตัน สุดท้ายเขาถูกดันจากทีมอคาเดมี มาสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ด้วยวัยเพียง 17 ปี เมื่อปี 2000 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่ปกติแล้ว จะใช้นักเตะที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์มากกว่าดาวรุ่ง

เลสคอตต์ ค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทในทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน ก่อนจะกลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของสโมสรแห่งนี้และสามารถพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกแชมเปียนชิพ มาสู่พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จ เมื่อฤดูกาล 2002-2003

โจเลออน เลสคอตต์ - จากอุบัติเหตุในวัยเด็ก สู่การเป็นกองหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษ

หลังจากพิสูจน์ตัวเองบนลีกสูงสุดกับวูล์ฟแฮมป์ตันได้สำเร็จ เขาได้รับโอกาสที่ใหญ่ขึ้นด้วยการย้ายไปเล่นให้กับสโมสรเอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2006

ซึ่งกับทีมทอฟฟี่สีฟ้า เขากลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของลีกอังกฤษ เพราะเจ้าตัวมีการเล่นลูกกลางอากาศที่เด่นทั้งการป้องกันและลุ้นการทำประตูจากจังหวะลูกตั้งเตะ จนทำให้แข้งในทีมพากันโหวตให้เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

จากนั้นในปี 2009 เรียกได้ว่าจุดสูงสุดในการค้าแข้งของ เลสคอตต์ เมื่อเขาถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซื้อตัวไปร่วมทัพ ด้วยค่าตัวราว 22 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมากสำหรับผู้เล่นตำแหน่งกองหลังในเวลานั้น

หลังจากนั้นเขาได้เป็นส่วนหนึ่งในยุคเริ่มต้นความสำเร็จของทีมเรือใบสีฟ้า โดยมีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ลีก คัพ อีก 1 สมัย

ขณะที่ผลงานกับทีมชาติอังกฤษ เจ้าตัวติดทัพสิงโตคำรามไปทั้งหมด 26 เกม และได้ไปเล่นในฟุตบอลยูโร 2012 ด้วย

หลังปิดฉากเส้นทางกับแมนฯ ซิตี้ เขาย้ายไปเล่นให้เวสต์บรอมวิช อัลเบียน, แอสตัน วิลลา, เออีเค เอเธนส์ ก่อนจะแขวนสตั๊ดกับซันเดอร์แลนด์ เมื่อปี 2017

เลสคอตต์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวแถวของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ซึ่งเชื่อได้เลยว่าในยุคนั้นทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อของเขาแน่นอน