โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คือตำนานดาวยิงชาวดัตช์ที่สร้างชื่อ และผลงานไว้มากมายในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เขามีลีลาการจบสกอร์ที่เฉียบขาด โดยเฉพาะเท้าซ้ายที่ทรงพลัง ทำให้เขากลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้าระดับตำนานที่แฟนฟุตบอลยังจดจำได้ดี
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1983 ที่เมืองร็อตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาเติบโตในครอบครัวศิลปิน โดยพ่อเป็นประติมากรและแม่เป็นจิตรกร ทำให้เขามีความคิดสร้างสรรค์ตั้งแต่วัยเด็ก แต่สิ่งที่เขาหลงใหลมากที่สุดกลับไม่ใช่ศิลปะบน หากแต่คือ “ฟุตบอล”
ฟาน เพอร์ซี่ เริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพกับสโมสรเฟเยนูร์ด ทีมดังแห่งเอเรดิวิซี โดยขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2001 ขณะมีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น เขาใช้เวลาไม่นานในการแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ที่แตกต่าง ด้วยเทคนิคการเล่นที่ยอดเยี่ยม การควบคุมบอลที่นุ่มนวล และการยิงประตูที่เฉียบคม ทำให้เขามีส่วนช่วยให้เฟเยนูร์ดคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพในปี 2002 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จระดับยุโรปครั้งแรกของเขาในวัยเพียง 18 ปี
ความสามารถอันโดดเด่นของฟาน เพอร์ซี่ไปเข้าตา อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อลในเวลานั้น จนถูกดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2004 ด้วยค่าตัวราว 2.75 ล้านปอนด์ การย้ายสู่พรีเมียร์ลีกถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต

ฟาน เพอร์ซี่เริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองของเธียร์รี อองรี แต่ไม่นานก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีคุณสมบัติของดาวยิงระดับโลกอย่างแท้จริง ด้วยลีลาการยิงประตูที่หลากหลาย ทั้งการวอลเลย์ การยิงฟรีคิก และการจบสกอร์แบบเหนือชั้น เขาก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของอาร์เซน่อลอย่างรวดเร็ว และในช่วงปี 2011–2012 เขาโชว์ฟอร์มสุดยอด ยิงไปถึง 37 ประตูรวมทุกรายการ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ลีก และรางวัลนักเตะแห่งปีของสมาคมนักข่าวฟุตบอลอังกฤษ (FWA Footballer of the Year) รวมถึงนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA Player of the Year)
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จส่วนตัวของฟาน เพอร์ซี่ไม่อาจกลบความจริงที่ว่าอาร์เซน่อลในยุคนั้นยังขาดความแข็งแกร่งในการลุ้นแชมป์ ทำให้ในปี 2012 เขาตัดสินใจย้ายข้ามฟากไปยังคู่ปรับร่วมลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อแสวงหาความสำเร็จในระดับสโมสร การย้ายครั้งนี้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ แต่ฟาน เพอร์ซี่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการตัดสินใจของเขานั้นถูกต้อง เมื่อเขาระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงในฤดูกาลแรกกับ “ปีศาจแดง” โดยยิงไปถึง 26 ประตูในพรีเมียร์ลีก พาแมนฯ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษในฤดูกาล 2012/13 ซึ่งเป็นแชมป์สุดท้ายของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนวางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีม
หลังจากยุครุ่งเรืองกับยูไนเต็ด ฟาน เพอร์ซี่เผชิญกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนต่อเนื่อง และในที่สุดก็ย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดในปี 2015 เพื่อไปค้าแข้งกับเฟเนร์บาห์เชในตุรกี ก่อนจะกลับบ้านเกิดไปอยู่กับเฟเยนูร์ดอีกครั้งในช่วงบั้นปลายอาชีพ เขาลงเล่นให้เฟเยนูร์ดจนถึงปี 2019 ก่อนประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ
ในระดับทีมชาติ ฟาน เพอร์ซี่ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในปี 2005 และลงสนามไปทั้งหมด 102 นัด ทำได้ 50 ประตู กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ เขามีบทบาทสำคัญในศึกฟุตบอลโลกหลายสมัย โดยเฉพาะในปี 2014 ที่บราซิล เขากลายเป็นภาพจำของแฟนบอลทั่วโลกกับลูกยิงอันสุดงดงามในเกมที่เนเธอร์แลนด์ถล่มสเปน 5-1 ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในลูกยิงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
หลังแขวนสตั๊ด ฟาน เพอร์ซี่ยังคงอยู่ในวงการลูกหนัง โดยกลับมารับบทโค้ชในทีมเฟเยนูร์ดบ้านเกิด ช่วยฝึกสอนกองหน้าเยาวชนและถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง เขายังคงเป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพในวงการฟุตบอล เนื่องจากทัศนคติที่ยอดเยี่ยม ความเป็นมืออาชีพ และความหลงใหลในเกมลูกหนังอย่างแท้จริง