โลธาร์ มัทเธอุส แข้งระดับตำนานเยอรมนี หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล

โลธาร์ มัทเธอุส คือหนึ่งในชื่อที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ในฐานะนักเตะที่แบบอย่างของนักฟุตบอลที่ผสานทั้งพรสวรรค์ วินัย และความมุ่งมั่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เส้นทางชีวิตลูกหนังของเขาอัดแน่นไปด้วยความสำเร็จในทุกระดับ ตั้งแต่สโมสร ทีมชาติ ไปจนถึงเกียรติยศส่วนตัวที่นักเตะเพียงไม่กี่คนในโลกจะเอื้อมถึง

โลธาร์ มัทเธอุส เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1961 ที่เมืองแอร์ลังเงิน ประเทศเยอรมนีตะวันตก เขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชนชั้นแรงงาน และเริ่มต้นเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยรูปร่างแข็งแกร่ง ความฟิตที่โดดเด่น และความเข้าใจเกมเกินวัย ทำให้มัทเธอุสถูกจับตามองตั้งแต่สมัยค้าแข้งในระดับเยาวชน ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 ซึ่งที่นั่นเอง เขาเริ่มฉายแววในฐานะกองกลางที่ครบเครื่อง เล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก มีลูกยิงไกลอันทรงพลัง และไม่เกรงกลัวการปะทะ

ผลงานอันโดดเด่นกับมึนเชนกลัดบัค ทำให้บาเยิร์น มิวนิก ยักษ์ใหญ่แห่งบุนเดสลีกา ตัดสินใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี ค.ศ. 1984 และนี่คือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพค้าแข้ง มัทเธอุสกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว คว้าแชมป์บุนเดสลีกาหลายสมัย และเป็นกำลังหลักในเวทียุโรป ก่อนจะย้ายไปหาความท้าทายในกัลโช่ เซเรีย อา กับอินเตอร์ มิลาน ในปี ค.ศ. 1988

ช่วงเวลาที่อิตาลีถือเป็นหนึ่งในยุคพีคของมัทเธอุส เขาพาอินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาล 1988/89 ด้วยสถิติอันยอดเยี่ยม และยังคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ ได้ถึงสองสมัยในปี ค.ศ. 1991 และ 1994 ความแข็งแกร่ง ดุดัน และความเป็นผู้นำของเขาทำให้มัทเธอุสได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลกในยุคนั้น และเป็นต้นแบบของผู้เล่นตำแหน่งบ็อกซ์ทูบ็อกซ์อย่างแท้จริง

โลธาร์ มัทเธอุส แข้งระดับตำนานเยอรมนี หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล

ในนามทีมชาติเยอรมนี มัทเธอุสรับใช้ชาติอย่างยาวนานถึงสองทศวรรษ ลงเล่นทีมชาติมากถึง 150 นัด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเยอรมนีในยุคนั้น และทำไป 23 ประตู เขาลงเล่นฟุตบอลโลกถึง 5 สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 จนถึง 1998 เป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ ความสำเร็จสูงสุดของเขาคือการนำทีมชาติเยอรมนีตะวันตกคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 1990 ที่อิตาลี โดยมัทเธอุสทำหน้าที่กัปตันทีม คุมจังหวะเกมทั้งสนาม และเป็นหัวใจของทีมที่ไร้เทียมทานในทัวร์นาเมนต์นั้น

จากผลงานอันยอดเยี่ยมในปี 1990 ทำให้โลธาร์ มัทเธอุส คว้ารางวัลบัลลงดอร์ หรือรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป ซึ่งถือเป็นเกียรติยศสูงสุดส่วนบุคคล และตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะนักเตะระดับโลกอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เขายังคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่าในปีเดียวกัน และถูกบรรจุชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์และทีมยอดเยี่ยมแห่งยุคหลายครั้ง

หลังจากกลับมาค้าแข้งกับบาเยิร์น มิวนิก ในช่วงปลายอาชีพ มัทเธอุสยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ แม้จะขยับจากตำแหน่งกองกลางมาเล่นเป็นกองหลังตัวกลาง แต่เขายังอ่านเกมได้เฉียบขาด และช่วยทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา รวมถึงแชมป์ยุโรปได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะอำลาสนามอย่างสมศักดิ์ศรี

เมื่อแขวนสตั๊ด โลธาร์ มัทเธอุส ผันตัวเองสู่เส้นทางโค้ชและกูรูฟุตบอล แม้ผลงานในบทบาทผู้จัดการทีมจะไม่โดดเด่นเท่าสมัยเป็นนักเตะ แต่ชื่อของเขายังคงได้รับความเคารพในฐานะตำนานลูกหนังที่โลกฟุตบอลยากจะหาผู้มาเทียบเคียง ด้วยความสำเร็จทั้งระดับสโมสร ทีมชาติ และรางวัลส่วนบุคคลมากมาย ทำให้ มัทเธอุส ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล