ไคเรน วิลสัน – ดับเก๋า ฮิกกินส์ ผงาดแชมป์สอยคิว มาสเตอร์ส สมัยแรก

ไคเรน วิลสัน ผงาดคว้าแชมป์ จอห์นสโตนส์ เพนต์ มาสเตอร์ส 2026 ได้เป็นครั้งแรกในอาชีพ หลังเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ 10-6 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศ ที่อเล็กซานดรา พาเลซ กรุงลอนดอน

ฮิกกินส์ ซึ่งมีอายุ 50 ปี หวังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสอยคิวที่อายุมากที่สุดที่คว้าแชมป์รายการระดับทริปเปิลคราวน์ แต่ตลอดการแข่งขันรอบชิง เขากลับเล่นผิดฟอร์มจากที่เคยโค่นทั้ง เจ้า ซินถง แชมป์โลก และ จัดด์ ทรัมป์ มือหนึ่งของโลก มาได้ โดยมีข้อผิดพลาดที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้นหลายครั้ง เปิดโอกาสให้วิลสัน มือสองของโลก คว้าเฟรมสำคัญในช่วงท้ายเกม ก่อนเร่งเครื่องจากสกอร์ 5-4 คว้าชัยไปถึง 5 จาก 7 เฟรมสุดท้าย

ส่วน นักสอยคิววัย 34 ปีจากเคตเทอริง เคยอกหักในรอบชิงมาสเตอร์สมาแล้วถึงสองครั้ง ทั้งการแพ้ ชอว์น เมอร์ฟี 7-10 เมื่อปีที่แล้ว และแพ้ มาร์ก อัลเลน ด้วยสกอร์เดียวกันในรอบชิงปี 2018 แต่ความพยายามครั้งที่สามก็ไม่สูญเปล่า เมื่อเขาคว้าแชมป์รายการเชิญอันยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการสนุกเกอร์ไปครอง กลายเป็นแชมป์คนที่ 26 ของรายการซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1975 พร้อมชูถ้วยพอล ฮันเตอร์ และรับเงินรางวัลสูงสุด 350,000 ปอนด์

ไคเรน วิลสัน - ดับเก๋า ฮิกกินส์ ผงาดแชมป์สอยคิว มาสเตอร์ส สมัยแรก

ย้อนกลับไปเพียง 7 สัปดาห์ก่อน ในศึกยูเค แชมเปี้ยนชิพ วิลสันยังอยู่ในช่วงเวลาที่ตกต่ำ หลังตกรอบแรกด้วยน้ำมือของ เอลเลียต สเลสเซอร์ ขณะที่ภรรยา โซฟี ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพ อีกทั้งเจ้าตัวยังสูญเสียทั้งฟอร์มการเล่นและคิวคู่ใจที่เกิดอุบัติเหตุจนเสียหาย อย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นและจิตใจที่แข็งแกร่ง เขาค่อย ๆ ฟื้นคืนความมั่นใจอีกครั้ง พร้อมคิวใหม่ จนกระทั่งคว้าแชมป์มาสเตอร์ส ซึ่งอาจยิ่งใหญ่เป็นรองเพียงแชมป์โลกปี 2024 เท่านั้นในเส้นทางอาชีพของเขา

ด้านฮิกกินส์ ซึ่งเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่เข้าชิงในรายการทริปเปิลคราวน์ พลาดโอกาสคว้าแชมป์มาสเตอร์สสมัยที่สาม หลังเคยทำได้ในปี 1999 และ 2006 และนับเป็นความพ่ายแพ้ในรอบชิงมาสเตอร์สครั้งที่ 4 จากทั้งหมด 6 ครั้ง อีกทั้งยังพลาดโอกาสคว้าแชมป์ทริปเปิลคราวน์ครั้งแรกนับตั้งแต่แชมป์โลกสมัยที่ 4 ในปี 2011 โดยนับจากนั้นเขาแพ้รอบชิงรายการใหญ่ทั้งสามรายการรวมแล้วถึง 5 ครั้ง

ในเชิงเกมการแข่งขัน ฮิกกินส์ตามหลัง 3-5 หลังจบเซสชั่นแรก ก่อนทำเบรก 71 แต้มในเฟรมแรกของเซสชั่นที่สองไล่มาเป็น 4-5 ทว่าในเฟรมถัดมา เขาเสี่ยงแทงแดงลูกสุดท้ายแต่พลาด วิลสันจึงฉวยโอกาสนำ 6-4 จากนั้นฮิกกินส์ยังพลาดลูกดำง่าย ๆ หลายครั้ง ส่งผลให้วิลสันขยับหนีเป็น 7-5 เมื่อจบช่วงพัก

เฟรมที่ 13 ต้องตัดสินกันที่ลูกสี และความผิดพลาดด้านเซฟตี้ของฮิกกินส์เปิดทางให้วิลสันนำห่างเป็นครั้งแรก จากนั้นเบรก 78 แต้มช่วยให้สกอร์ไหลไปไกล แม้ฮิกกินส์จะพยายามฮึดด้วยเบรก 70 แต้ม แต่สุดท้ายจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเฟรมที่ 16 เมื่อวิลสันนำ 44-12 ก่อนแทงแดงกลางโต๊ะลงอย่างเด็ดขาด และเก็บเพิ่มอีก 24 แต้ม ปิดเกมคว้าแชมป์มาสเตอร์สสมัยแรกในชีวิตอย่างยิ่งใหญ่