มาซาทาดะ อิชิอิ – กุนซือญี่ปุ่นผู้ทำเพื่อ ทีมชาติไทย และพากลับสู่ท็อป 100 โลก

กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทย หลังจากที่ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นถูกปลดออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย แบบช็อกแฟนบอล แม้เพิ่งพาทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เอาชนะ ไต้หวัน 2 นัด ในศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ทำให้โอกาสเข้ารอบสุดท้ายนั้นเปิดกว้าง

มาซาทาดะ อิชิอิ เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 1967 ที่จังหวัดคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น เส้นทางในวงการลูกหนังของเขาเริ่มต้นในฐานะนักฟุตบอลตำแหน่งกองกลาง ก่อนจะเริ่มต้นอาชีพด้วยการเล่นกับ คาชิมา แอนต์เลอร์ส สโมสรดังในเจลีก ซึ่งเขารับใช้ทีมยาวนานตั้งแต่ปี 1989 จนถึงปี 1997 ถือเป็นหนึ่งในยุคบุกเบิกของฟุตบอลอาชีพญี่ปุ่น เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเตะที่มีวินัยสูงและเป็นผู้นำภายในทีม ก่อนจะแขวนสตั๊ดและก้าวเข้าสู่เส้นทางโค้ชในเวลาต่อมา

อิชิอิ เริ่มต้นงานโค้ชในฐานะสต๊าฟฟ์ของคาชิมา แอนต์เลอร์ส ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนเต็มตัวในปี 2015 และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตการคุมทีม เมื่อเขาพาทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ เจลีก 2016 ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นวินัย การตั้งรับที่รัดกุม และเกมโต้กลับที่เฉียบขาดในแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆ ความสำเร็จนั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกุนซือที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเอเชียในเวลานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาพาคาชิมาเข้าไปชิงแชมป์สโมสรโลกปีเดียวกัน และต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด ได้อย่างยอดเยี่ยม ก่อนพ่ายไปแบบน่าประทับใจในรอบชิงชนะเลิศ

หลังจากนั้น อิชิอิออกเดินทางต่อในเส้นทางโค้ช โดยรับงานกับทีมในเจลีกหลายสโมสร ก่อนจะตกลงดีลเซอร์ไพรส์ มาคุมทัพ สมุทรปราการ ซิตี้ ในไทยลีก และต่อด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ของไทย พร้อมทั้งยังฝากผลงานด้วยการพาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาล 2021/22 ทั้งไทยลีก, เอฟเอคัพ และลีกคัพ ทั้งยังสร้างระบบทีมที่แข็งแกร่งและสไตล์การเล่นที่มีระเบียบแบบแผน

ด้วยผลงานระดับนี้ สมาคมฟุตบอลฯ จึงตัดสินใจแต่งตั้งมาซาทาดะ อิชิอิ ขึ้นเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยในช่วงปลายปี 2024 หลังจากยุคของ อเล็กซานเดร โพลกิ้ง สิ้นสุดลง ภารกิจของเขาคือการยกระดับทีมช้างศึกให้กลับมามีระบบเกมที่ชัดเจน แข็งแกร่ง และก้าวไปสู่ระดับเอเชียอีกครั้ง โดยการผ่านเข้าสู่รอบ 3 ของศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ในเวลานั้น โดยทำผลงานสุดเซอร์ไพรส์ ในการบุกไปเสมอ เกาหลีใต้ ถึงในบ้าน 1-1 อย่างไรก็ตามสุดท้ายเป้าหมายไม่สำเร็จ เนื่องจากนัดสุดท้าย ชนะ สิงคโปร์ 3-1 โดยขาดลูกได้เสียเพียง ลูกเดียวก็จะเข้ารอบ แต่ถึงกระนั้นก็เป็นที่ประทับใจแฟนบอลไทย เนื่องจาก อิชิอิ กอบกู้สถานการณ์ จากที่หมดลุ้นไปแล้ว ให้ได้ลุ้นถึงนัดสุท้าย

มาซาทาดะ อิชิอิ - กุนซือญี่ปุ่นผู้ทำเพื่อ ทีมชาติไทย และพากลับสู่ท็อป 100 โลก

หลังจากนั้น อิชิอิ ยังพยายามสร้างระบบที่แข็งแกร่งให้กับฟุตบอลไทย โดยเน้นไปที่การสร้างตัวผู้เล่นหน้าใหม่ให้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม จนบางครั้งอาจทำให้ผลงานดูไม่เข้าตาเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นการ ชวดแชมป์ฟุตบอลอาเซียน 2024 และการชวดคว้าแชมป์ คิงส์คัพ 2025 แต่ถึงกระนั้น อิชิอิ ก็มีสถิติเปอร์เซ็นต์วินเรตเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์กุนซือที่เคยคุมทีมชาติไทย โดยอยู่ที่ 53.33% จากการคุมทีมช้างศึก 30 เกม แบ่งออกเป็นชนะ 13 แพ้ 8 และ เสมอ 6 เกม เป็นรองเพียง มาโน โพลกิ้ง หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบราซิลที่มีเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะอยู่ที่ 56.76% จากการคุมทีม 37 เกม

นอกจากนี้ อิชิอิ ยังพาทีมชาติไทย กลับเข้ามาสู่อันดับท็อป 100 ของโลก หลังจากหลุดไปพักใหญ่ไปอยู่ที่ 113 ของโลก ทั้งยังรั้งอันดับ 15 ของเอเชีย ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของทีมชาติไทย ในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ขึ้นไปอยู่อันดับ 93 ของโลก

จากนั้นในศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2027 รอบคัดเลือก ซึ่งเป็นรายการเดียวที่ทีมชาติไทย หลงเหลืออยู่ในปี 2025 แม้ช่วงแรกจะมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ค่อยสวยงามนัก แต่สุดท้าย อิชิอิ ก็สร้างความมั่นใจด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ ไต้หวัน 2-0 ในบ้าน และไปเยือนชนะ 6-1 จนทำให้โอกาสของทีมชาติไทย เปิดกว้างอย่างมากในรายการนี้

อย่างไรก็ตามหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ 2 นัดนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็ได้ประเมินผลงานและมีคำสั่งปลด อิชิอิ ออกจากตำแหน่ง ชนิดที่ช็อกแฟนบอล และกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรง โดยส่วนใหญ่ แฟนฟุตบอลไทย มองว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก

ส่วนตัวของอิชิอิ ก็รู้สึกเสียใจเช่นกันกับเหตุการณ์นี้ อย่างไรก็ตามทุกอย่างต้องเป็นไป โดยมีข่าวว่าเขาได้รับข้อเสนอให้กลับไปคุมทีมสโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น บ้านเกิด รวมถึง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในไทยลีก ก็มีข่าวว่ากำลังต้องการตัวของ อิชิอิ ไปกอบกู้สถานการณ์เช่นกัน

คงต้องติดตามต่อไปว่าอนาคตของ อิชิอิ จะตัดสินใจต่อไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เชื่อว่า เขาจะยังคงเป็นที่รักของแฟนฟุตบอลชาวไทย ในฐานะกุนซือที่สร้างความสุข และวางรากฐานที่แข็งแกร่งเอาไว้ให้กับทัพ ช้างศึก