เชื่อว่าแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก คงจะคุ้นเคย และจดจำ มอร์เทน กัมส์ต พีเดอร์เซน ริมเส้นตัวจี๊ดจากแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ได้เป็นอย่างดี แม้เขาอาจจะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ หรือมีชื่อโด่งดังระดับโลก แต่ พีเดอร์เซน ก็ถือว่านักเตะที่ได้รับการยอมรับในเรื่องฝีเท้า และเท้าซ้ายที่อันตราย
มอร์เทน กัมส์ต พีเดอร์เซน เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1981 ที่เมืองวีแนส ประเทศนอร์เวย์ เขาเติบโตในครอบครัวที่รักฟุตบอลและมีเส้นทางลูกหนังที่ชัดเจนตั้งแต่วัยเด็ก เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีมท้องถิ่นอย่าง วีแนส และทำผลงานได้โดดเด่นจนถูกทีมใหญ่ในประเทศอย่าง ทรอมโซ คว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงต้นทศวรรษ 2000
ที่ทรอมโซ เขากลายเป็นผู้เล่นที่แฟนบอลให้ความสนใจอย่างรวดเร็ว ด้วยทักษะการเปิดบอลอันแม่นยำ การลากเลื้อยริมเส้น และการยิงไกลที่เป็นเอกลักษณ์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาเริ่มถูกจับตามองจากสโมสรในยุโรป และไม่นานก็ถึงวันที่ชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ตัดสินใจคว้าตัวเขาเข้าสู่พรีเมียร์ลีกในปี 2004

การย้ายสู่แบล็กเบิร์นคือจุดที่พีเดอร์เซนกลายเป็นที่รู้จักในระดับโลก เขาได้พิสูจน์ตัวเองทันทีในฐานะริมเส้นที่มีอันตรายจากลูกเปิดและลูกยิงไกลที่เฉียบคม เขาฝังชื่อของตัวเองในหัวใจแฟนบอลด้วยประตูสำคัญมากมาย โดยเฉพาะลูกยิงไกลสุดสวยที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หนึ่งในโมเมนต์ระดับตำนานคือลูกยิงจากนอกกรอบสุดมหัศจรรย์ใส่ ฟูแล่ม และอีกหลายลูกที่กลายเป็นภาพจำของพรีเมียร์ลีก เขาไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็วจัดเหมือนปีกยุคใหม่ แต่เขาเข้าใจเกม อ่านสถานการณ์ได้เฉียบคม และใช้ความสามารถในการวางบอลสร้างโอกาสให้ทีมอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงที่เล่นให้แบล็กเบิร์น พีเดอร์เซนลงสนามมากกว่า 300 นัด ยิงมากกว่า 40 ประตูในทุกรายการ และเป็นหนึ่งในคีย์แมนที่พาทีมยืนหยัดในพรีเมียร์ลีกได้อย่างแข็งแกร่งตลอดช่วงกลางทศวรรษ 2000 จนถึงต้นทศวรรษ 2010 นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทสำคัญในทีมชาตินอร์เวย์ ลงเล่นมากกว่า 80 นัด เป็นกำลังหลักในยุคที่ทีมชาติต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นของยุโรป และแม้ทีมชาติจะไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลายครั้ง เขาก็ยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สร้างความหวังและเป็นที่พึ่งของทีมในหลายแมตช์สำคัญ
หลังจากอำลาพรีเมียร์ลีก พีเดอร์เซนยังคงค้าแข้งอย่างต่อเนื่องในหลายสโมสร ทั้งในตุรกี เดนมาร์ก และการกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับทรอมโซอีกครั้ง ความเป็นมืออาชีพและความรักในเกมฟุตบอลทำให้เขายังเล่นในระดับสูงได้แม้อายุจะเพิ่มขึ้นก็ตาม เขาเป็นตัวอย่างของนักเตะที่ดูแลร่างกายดีเยี่ยม และมีแรงผลักดันภายในที่ทำให้เขายังลงสนามได้จนเกือบถึงวัย 40
แม้วันนี้พีเดอร์เซนจะไม่ได้อยู่ในแสงสปอร์ตไลต์เหมือนสมัยค้าแข้งในอังกฤษ แต่ชื่อของเขายังคงเป็นหนึ่งในที่จดจำได้ของแฟนบอลยุคนั้น และเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ทำให้พรีเมียร์ลีกมีสีสัน ซึ่งเชื่อว่าแฟนบอลทั่วโลกจะยังคงพูดถึงและจดจำเขาได้ไปอีกนาน