อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ คือหนึ่งในศูนย์หน้าที่แฟนบอลอิตาลี ยกย่องว่ามีสัญชาตญาณกองหน้าที่เฉียบคม แม้จะไม่ใช่นักเตะที่หวือหวาหรือมีลีลาพลิ้วไหว แต่จิลาร์ดิโน่คือกองหน้าที่ยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลา และมีความอันตรายในกรอบเขตโทษอย่างแท้จริง
อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 ที่เมืองบิเอลล่า ประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนของ ปิอาเชนซ่า ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 แม้ช่วงแรกจะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ แต่พรสวรรค์ด้านการจบสกอร์ของเขาก็เริ่มฉายแววให้เห็น จนกระทั่งย้ายไปค้าแข้งกับ เวโรน่า และ อตาลันต้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยเฉพาะฤดูกาล 2001/02 กับอตาลันต้า ที่เขายิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง จนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของเซเรีย อา
ผลงานอันโดดเด่นกับอตาลันต้านำพาเขาไปสู่ ปาร์ม่า ในปี ค.ศ. 2002 และนี่คือช่วงเวลาที่จิลาร์ดิโน่ก้าวขึ้นสู่ระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลอิตาลีอย่างแท้จริง เขากลายเป็นหัวใจในแนวรุกของทีม และสร้างสถิติยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ โดยฤดูกาล 2003/04 และ 2004/05 เขายิงรวมกันมากกว่า 40 ประตูในลีก จนคว้ารางวัลดาวซัลโวเซเรีย อา ฤดูกาล 2004/05 ด้วยจำนวน 24 ประตู ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เขาได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของอิตาลีในยุคนั้น
ฟอร์มอันร้อนแรงส่งผลให้ เอซี มิลาน คว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี ค.ศ. 2005 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง จิลาร์ดิโน่ต้องเผชิญกับความกดดันมหาศาลจากการสวมเสื้อ “ปีศาจแดงดำ” แต่เขาก็พิสูจน์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำประตูสำคัญในเกมใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2006/07 ที่เขามีส่วนสำคัญในการพามิลานคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 พร้อมกับประตูสำคัญในรอบรองชนะเลิศที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ นอกจากนี้เขายังคว้าแชมป์เซเรีย อา, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ร่วมกับสโมสร ถือเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับสโมสร

ในระดับทีมชาติ จิลาร์ดิโน่ คือหนึ่งในสมาชิกชุดประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิตาลีที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี แม้จะไม่ได้เป็นตัวหลักทุกนัด แต่เขามีบทบาทสำคัญในฐานะกองหน้าสำรองที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ และยังยิงประตูสำคัญในรอบแบ่งกลุ่มอีกด้วย การได้ชูถ้วยเวิลด์คัพถือเป็นความสำเร็จสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขา และทำให้ชื่อของอัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังอิตาลีตลอดกาล
หลังจากอำลามิลาน จิลาร์ดิโน่ยังคงค้าแข้งกับหลายสโมสรในเซเรีย อา ไม่ว่าจะเป็น ฟิออเรนติน่า, เจนัว, โบโลญญ่า และปาแลร์โม่ แม้อายุจะเพิ่มขึ้น แต่สัญชาตญาณกองหน้าของเขายังคงเฉียบคม และสามารถยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกับฟิออเรนติน่า ที่เขากลับมาเป็นตัวความหวังในแนวรุกอีกครั้ง และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ
จิลาร์ดิโน่ แขวนสตั๊ดในช่วงปี 2010 หลังผ่านการลงสนามในระดับอาชีพมาอย่างยาวนาน เขายิงประตูรวมในเซเรีย อาได้มากกว่า 180 ประตู และติดทีมชาติอิตาลีไปมากกว่า 50 นัด ถือเป็นหนึ่งในดาวยิงที่ประสบความสำเร็จและมีความสม่ำเสมอมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ หลังเลิกเล่น เขาผันตัวเข้าสู่เส้นทางโค้ช โดยเริ่มจากงานในระดับเยาวชน ก่อนจะค่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ในวงการลูกหนังอีกบทบาทหนึ่ง
ด้วยความสำเร็จที่เขาทำได้ ทั้งแชมป์ฟุตบอลโลก แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และตำแหน่งดาวซัลโวเซเรีย อา คือหลักฐานชัดเจนว่า จิลาร์ดิโน่ คือหนึ่งในกองหน้าคุณภาพสูงแห่งยุคสมัยของเขา ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมองข้ามได้